าหลินชิงเวยจึงรู้สึกตัวว่าตนเองถูกปั่นหัวเสียแล้ว จึงถลึงตามองเซียวเยี่ยนอย่างไม่สบอารมณ์ เห็นริมฝีปากของเขามีรอยยิ้มซุกซ่อนอยู่ เหมือนดอกบัวที่กำลังเบ่งบานในเหมันตฤดูดอกหนึ่ง ถูกม่านหมอกน้ำค้างบดบังเอาไว้ หากไม่สังเกตสังกาให้ละเอียดถี่ถ้วนคงยากแก่การพบเห็น
หลินชิงเวยขุ่นขึ้งเสียจนหยิกลงบนไหล่ของเซียวเยี่ยนอย่างไม่แรงไม่เบาเท่าใดนัก ไม่รู้ว่าจะทำให้เขาเจ็บหรือไม่ อย่างไรเขาก็เป็นบุรุษตัวโตคนหนึ่งจึงไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอันใด เขาผูกปมบนผ้าคล้องแขนที่คล้องแขนหลินชิงเวย พูดขึ้นเรียบๆ ว่า “เรียบร้อยแล้ว”
หลินชิงเวยก้มหน้าลงมองเห็นเซียวเยี่ยนพันแผลได้ไม่เลวเลยทีเดียว จึงลองยืดแขนดู ผ้าคล้องแขนไม่ตึงและไม่หย่อนเกินไป ทั้งไม่สะกิดหรือเกี่ยวถูกบาดแผลไม่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูบาดแผล
คิดดูแล้วเจ้าหนุ่มคนนี้เมื่อก่อนคงจะได้รับบาดเจ็บบ่อยๆ ดังนั้นจึงทำงานเหล่านี้อย่างคล่องแคล่วและเป็นงาน
แต่อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วตนเองจะซาบซึ้งใจต่อเขา
หลินชิงเวยใช้แขนข้างเดียวค้ำโต๊ะคิดจะกระโดดลงมาจากเก้าอี้ขาสูงตัวนั้น ไหนเลยจะรู้ว่าแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บยังใช้งานไม่ได้ ขาทั้งคู่จึงพันกันบนเก้าอี้ขาสูงนั้นเอง ยังไม่ได้ทันยืนให้มั่นคงคนทั้งคนรวมไปถึงเก้าอี้ขาสูงก็ล้มเอียงกะเท่เร่ลงด้านข้าง
ครานี้ดียิ่งนักใบหน้าของนางหันเข้าหาพื้น ไม่รู้ว่าหากล้มลงไปหน้าของนางจะถูกทับจนแบนราบหรือไม่
เห็นอยู่กับตาว่ากำลังจะสัมผัส