ึงเพียงนั้น เช่นนั้นท่านก็ทำเองเถิด!”
ใครเล่าจะคิดว่าทันทีที่หมอหลวงหันกลับไปก็พบว่าหน้าประตูมีพระองค์ใหญ่ยืนอยู่อย่างไร้สุ้มเสียง ขาเกือบจะอ่อนยวบจนคุกเข่าลงไป “กระหม่อมถวายพระพรเซ่อเจิ้งอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเยี่ยนกล่าว “บาดแผลของหลินเจาอี๋จัดการเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”
หมอหลวงกล่าว “บาดแผลค่อนข้างลึกพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกำลังจะเย็บแผลและไปหยิบยาจินชวงมาใส่ให้เจาอี๋เหนียงเหนียงแล้วจึงพันแผล”
หลินชิงเวยหันกลับมาเปิดโปงอย่างไม่เกรงใจแม้สักกระผีก “นี่ ท่านผู้เฒ่า เมื่อสักครู่ท่านยังพูดอย่างมีน้ำโหให้ข้าทำแผลเองมิใช่หรือ ข้าทำเองก็ทำเองสิ เหตุใดท่านต้องฝืนใจตนเองด้วย”
“นี่…ฮ่า ฮ่าๆ” หมอหลวงหัวเราะแห้งๆ “เมื่อสักครู่กระหม่อมล้อเล่นพ่ะย่ะค่ะ เจาอี๋เหนียงเหนียงได้รับบาดเจ็บ กระหม่อมไหนเลยจะให้ท่านทำเองได้”