ต่อมาจู๋กุ้ยเหรินยิ้มให้จ้าวเฟย ไม่อาจบอกได้ว่ารอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มแฝงด้วยเจตนาดีหรือร้าย ทั้งๆ ที่เป็นรอยยิ้มอันอ่อนหวานทว่ากลับทำให้จ้าวเฟยรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง นางมักจะรู้สึกเสมอว่าจู๋กุ้ยเหรินดูเหมือนจะล่วงรู้ว่านางคิดอะไรอยู่
จ้าวเฟยเลื่อนสายตาไปทางอื่น เงยหน้าขึ้นมองไปทางเซี่ยนอ๋องเซียวอี้ เขาถือจอกสุราไว้ในมือด้วยท่าทางของบุรุษเจ้าสำราญและเจ้าชู้ ทางหนึ่งดื่มสุราอีกทางหนึ่งสอดส่ายสายตาวนเวียนไปมามาบนร่างของผู้ใดก็ไม่รู้ได้
ดูเหมือนจะเป็นจู๋กุ้ยเหริน? และดูเหมือนจะเป็นหลินชิงเวย? หรือว่าเป็นตนเอง?
ทันทีที่คิดว่าเซียวอี้กำลังมองตนจ้าวเฟยก็ใบหน้าร้อนซู่ขึ้นมาทันที ท่วงท่าอิริยาบถของนางจึงเป็นไปอย่างจงใจให้ดูแช่มช้อย
ในเมื่อคนที่อยู่ในที่นี้ ฝ่าบาทยังทรงพระเยาว์ ขุนนางทั้งราชสำนักล้วนอยู่ในวัยอาวุโส ที่ดูแล้วเจริญหูเจริญตาก็มีเซี่ยนอ๋องท่านนี้ที่ทั้งคมสันหล่อเหลาเหนือผู้ใด
เซ่อเจิ้งอ๋องมาถึงเป็นคนสุดท้าย เขาต้องดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยของทั้งวังหลวง จากนั้นจึงเข้ามาในตำหนักอย่างไม่รีบร้อน
เขามีรูปร่างสูงเพรียว เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของเขาปรากฏขึ้นที่ประตูทางเข้าตำหนัก แสงสว่างจากโคมไฟทั้งตำหนักสาดส่องไปบนร่างของเขายิ่งส่งผลให้ความคมเข้ม องอาจกล้าหาญของเขาโดดเด่นอย่างที่สุด กงกงที่เฝ้าประตูจึงร้องขานขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า “เซ่อเจิ้งอ๋องเสด็จ–” สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้