องอยู่ที่นั่น
ร่างที่อยู่อาภรณ์สีม่วงเข้มเมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าราตรียามรัตติกาลทำให้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ประกอบกับเส้นผมที่อยู่ด้านหลังศีรษะ มือทั้งสองข้างของเขาห้อยลงแนบลำตัว เดินเข้ามาทีละก้าว ขาเรียวยาวนั้นสาวเท้าก้าวใหญ่ชายอาภรณ์สะบัดพลิ้วตามจังหวะการก้าวเดิน มีเสน่ห์บางอย่างที่บรรยายออกมาไม่ได้ นั่นก็คือความสูงศักดิ์ที่มีมาแต่กำเนิด เขาก้มคางลงเล็กน้อย คิ้วเรียวยาวนั้นชี้ขึ้นแนบไปกับไรผม เส้นผมของเขาถูกรวบขึ้นไปตั้งแต่จอนผม มีเส้นผมบางส่วนตกลงบนหัวไหล่ ดูไปแล้วยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับให้ความรู้สึกว่าควรเป็นเช่นนั้นดีอยู่แล้ว สีหน้าของเขาเรียบเฉย องอาจเหนือผู้ใด
จ้าวเฟยได้พิศมองเขาในระยะใกล้เช่นนี้ เมื่อเซ่อเจิ้งอ๋องเดินอยู่บนพรมผืนยาวผ่านหน้าจ้าวเฟย นางจำเป็นต้องเงยศรีษะขึ้นมองเขาจึงจะได้พิจารณาเขาอย่างถี่ถ้วน
เมื่อสักครู่นางยังคิดว่าเซี่ยนอ๋องเป็นบุรุษที่เข้าตานางมากที่สุดในตำหนักแห่งนี้ นาทีนี้นางไม่เห็นด้วยกับความคิดของตนเสียแล้ว
หลินชิงเวยรับรู้ได้ทันทีว่านับแต่เซียวเยี่ยนเดินเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นขุนนางทั้งหมด นางสนม ยังมีฮ่องเต้และไทเฮาที่ประทับนั่งอยู่ข้างบน สายตาทุกคู่ล้วนมองไปยังเซียวเยี่ยน สายตาของไทเฮาจับจ้องเซียวเยี่ยนตั้งแต่เดินเข้าประตูตำหนักจนถึงบัดนี้
เซียวเยี่ยนยกมือขึ้นเตรียมแสดงการคารวะแต่ถูกเซียวจิ่นห้ามเอาไว้ “เสด็จอาลำบากแล้ว ไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่ง”
ที่นั่งด