้านขวาของเซียวจิ่นเป็นที่นั่งที่เว้นไว้สำหรับเซียวเยี่ยนตลอดมา
เซียวเยี่ยนรับคำเสียงหนึ่ง จากนั้นจึงขึ้นไปนั่งประจำที่ หลินชิงเวยหรี่ตามองขึ้นไป ไม่รู้ว่ามีเพียงนางคนเดียวหรือไม่ที่คิดว่าสามคนที่นั่งอยู่ข้างบนนั้นเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันสามคนพ่อแม่ลูก
สายตาของไทเฮาอ่อนโยนเหลือหลายขณะที่มองเซียวเยี่ยนผ่านเซียวจิ่น ดวงตาคู่นั้นราวกับฉาบด้วยน้ำบางๆ ชั้นหนึ่งที่ส่องประกาย นางพูดคุยถามไถ่เซียวจิ่นไม่กี่ประโยค และพูดคุยกับเซียวเยี่ยนเล็กน้อย จากนั้นงานเลี้ยงจึงเริ่มขึ้น
เมื่อเสียงดนตรีบรรเลงขึ้น เหล่านางกำนัลเดินเข้ามาราวกับฝูงปลา ในมือประคองอาหารรสชาติโอชะขึ้นมาวางบนโต๊ะตัวยาว อาหารแต่ละอย่างทำให้คนถึงกับตาพร่า
หลินชิงเวยคิดว่าในเมื่อมาแล้วหากไม่กินให้อิ่มหนำสำราญสักมื้อคงจะเป็นเรื่องผิดต่อตนเองโดยแท้
เมื่อยกจอกสุราหลายจอกเพื่อคารวะหลังจากนั้นจึงเริ่มกินอาหาร ขณะที่กินอาหารรสเลิศยังมีรายการแสดงให้ชื่นชม เพียงแต่ไม่รู้ว่าเซียวเยี่ยนจะจดจำเรื่องที่หลินชิงเวยกำชับเอาไว้เมื่อยามบ่ายหรือไม่ เปลี่ยนสุราในจอกเป็นน้ำชา กินอาหารล้วนต้องเลือกกินอาหารรสชาติจืดเป็นหลัก
เมื่อมีเสียงดนตรีบรรเลงเคล้าคลอ เหล่านางรำทั้งหลายจึงเคลื่อนย้ายดอกบัวเข้ามาสู่ตำหนัก เรือนร่างของพวกนางอรชรอ้อนแอ้น เอวอ่อนประดุจงูน้ำที่ส่ายไปมา แขนเสื้อยาวนั้นสะบัดพลิ้วไปมาขณะร่ายรำ ผ้าโปร่งเบาพลิ้วงดงามเฉิดฉาย
หลังจากดนตรีบรรเ