ม่
เซียวจิ่นอนุญาต
จู๋กุ้ยเหรินลุกขึ้นยืนเดินมากึ่งกลางพรมแดงแสดงการร่ายรำไปพร้อมกับเสียงพิณที่บรรเลงขึ้น
คิดไม่ถึงว่าการร่ายรำของนางครั้งนี้จะสร้างความประหลาดใจให้กับคนทั้งหมด สีสันแดงสดผนวกกับการแต่งกายประทินโฉมด้วยสีแดงส่งผลให้โฉมสะคราญงดงามยิ่งยวด อิริยาบถการยกมือยกเท้า ล้วนมีความรู้สึกงดงามน่าทนุถนอม ไม่ต้องเอ่ยถึงผ้าโปร่งสีแดงที่สะบัดพลิ้วไปตามท่วงท่าการร่ายรำอันงดงามเยี่ยมยอด
ผู้ใดจะยังจำได้อีกเล่าว่าจ้าวเฟยบรรเพลงพิณด้วยบทเพลงอันใด จ้าวเฟยนั่งอยู่ในที่ของตน โกรธขึ้งเสียจนใบหน้าเล็กๆ นั้นขาวเผือด ปลายเล็บในแขนเสื้อนั้นจิกลงไปในฝ่ามือ
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมองเห็นเซี่ยนอ๋องทางหนึ่งชื่นชมทางหนึ่งร่ำสุราด้วยท่าทีเมามาย นางไม่รู้ว่าคนผู้นี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ กลับให้จู๋กุ้ยเหรินแสดงการร่ายรำเบื้องพระพักตร์ ส่วนเขาเองก็ไม่รู้จักหลีกเลี่ยงคำครหา?
เพียงแต่หลินชิงเวยไม่มีเวลาไปยุ่งกับเรื่องของผู้อื่น อาหารรสเลิศอยู่ตรงหน้า กินกินกิน! นางรับรู้ได้ว่ามีสายตาจากเบื้องบนมองลงมาเป็นพักๆ ไม่รู้ว่าเป็นไทเฮา ฝ่าบาท หรือเซ่อเจิ้งอ๋อง แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียอรรถรสในการกินอาหาร นางจึงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น!
มีจ้าวเฟยและจู๋กุ้ยเหรินเป็นผู้เริ่มต้น เหล่านางสนมคนอื่นๆ ก็คิดจะออกมาแสดงความสามารถเช่นกัน
ต่อมา สถานที่จัดเลี้ยงได้เคลื่อนย้ายไปยังอุทยานหลวง
ภายใต้แสงสว่างจากโคมไฟภายในวังหลวง อุทยานห