ืออีกทางหนึ่งกล่าววาจาชื่นชม “ฝีมือดีดพิณของจ้าวเฟยเหนียงเหนียงเยี่ยมยอด ฟังแล้วสามวันก็ยังไม่ลืม ทุกคนล้วนยังไม่ได้สติกลับมา”
คนทั้งหมดได้สติกลับมาจึงปรบมือและต่างชื่นชมว่าดี
เซียวอี้กล่าวอีกว่า “นี่มีเพียงเสียงพิณ ไม่มีการร่ายรำได้อย่างไรกัน” พูดแล้วสายตาตวัดผ่านหลินชิงเวยแล้วยิ้มกับนาง หลินชิงเวยถลึงตากลับไป เซียวอี้จึงเลื่อนสายตาไปตกอยู่บนร่างที่นั่งอยู่อย่างสงบของจู๋กุ้ยเหริน “ข้าได้ยินว่า บุตรสาวของอวิ๋นหนานอ๋องก็มีความรู้ความสามารถคนหนึ่ง ครานั้นไม่รู้ว่าเป็นที่หมายปองของบุรุษชาวอวิ๋นหนานมากน้อยเท่าใด หากจู๋กุ้ยเหรินไม่ถือสา จะร่ายรำให้ทุกคนได้ชื่นชมได้หรือไม่?”
วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาล ดังนั้นสำหรับข้อเรียกร้องของเซี่ยนอ๋องแม้จะดูเหมือนล่วงเกินอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เป็นปากเสียงแทนทุกคน สายตาของผู้ใดเมื่อตกอยู่บนร่างของจู๋กุ้ยเหรินล้วนถูกดึงดูดเอาไว้
ด้วยสีหน้าของเซียวจิ่นไม่บ่งบอกอารมณ์และความรู้สึก ในเมื่อไทเฮาเป็นผู้นำพาสตรีเหล่านี้มาที่นี่ ย่อมต้องมาเพื่อเป็นเกียรติและทำให้งานเลี้ยงครึกครื้นขึ้น ย่อมต้องปล่อยให้ดำเนินไป หากจู๋กุ้ยเหรินผู้นี้เหนือกว่าจ้าวเฟย เช่นนั้นเซียวจิ่นย่อมต้องเบิกบานใจขึ้นมาสักส่วนสองส่วน
องค์หญิงของอวิ๋นหนานอ๋อง เซียวจิ่นได้ยินมาก่อนว่าปีก่อนนางแต่งเข้าวังมา แต่วันนี้เป็นการพบกันครั้งแรก สีแดงสดนั้นราวกับดอกกุหลาบดอกหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะมีหนามหรือไ