ับมาสักชิ้น นางกลับคิดว่าเป็นเช่นนี้ก็ดี ให้เซียวจิ่นเบิกบานใจในค่ำคืนนี้ จึงตอบรับว่า “ดีสิเพคะ ในงานเลี้ยงของวังหลวงมีของอร่อยกินหรือไม่เพคะ?”
“มีแน่นอน มีให้เลือกมากมายกว่าในยามปกติมากนัก”
“เช่นนั้นเวลาดูดอกไม้ไฟต้องหาสถานที่สูงสักหน่อยเพคะ” หลินชิงเวยถามอีก “จะมีการแต่งโคมไฟดอกกล้วยไม้ที่สระไท่เยี่ยหรือไม่เพคะ? หม่อมฉันได้ยินว่าเมื่อถึงเทศกาลเด็กผู้หญิง ผู้คนนอกวังล้วนประดับดอกกล้วยไม้”
นี่เป็นเรื่องที่นางเพิ่งได้รู้เมื่อคืนเช่นกัน
สีหน้าของเซียวจิ่นปรากฎความตื่นเต้นจางๆ แต่ด้วยฐานะของเขาจึงไม่อาจแสดงออกมากนัก “มีแน่นอน”
เมื่อถึงเวลาบ่ายคล้อยงานเลี้ยงในวังครั้งนี้ตระเตรียมไปได้พอสมควรแล้ว ดูท่าแล้วน่าจะเป็นงานเลี้ยงใหญ่โต ด้วยยังได้เชิญขุนนางในราชสำนักมาร่วมงานเลี้ยง
นางกำนัลของตำหนักซวี่หยางเริ่มทำงานมือเป็นระวิง สรงน้ำและเปลี่ยนอาภรณ์ให้กับเซียวจิ่น เรื่องการปรนนิบัติใกล้ชิดเช่นนี้หลินชิงเวยยังทำไม่ได้จึงได้แต่นั่งรออยู่หน้าประตู
เมื่อนางหรี่ตาลงกลับเห็นว่าภายใต้ดอกไถ่หังที่บานสะพรั่ง มีเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังเดินเข้าผ่านประตูตำหนักเข้ามาและมุ่งหน้ามาทางนี้
เมื่อแรกนางยังคิดว่าตนเองตาพร่า เมื่อเพ่งมองดีๆ ถูกต้อง เป็นเซียวเยี่ยนจริงๆ
ขณะที่เซียวเยี่ยนเดินเข้ามาใกล้ บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองจึงกลายเป็นประดักประเดิดชั่วอึดใจหนึ่ง เขาเอ่ยขึ้นว่า “ฮ่องเต้เล่า”
หลินชิงเวยชี้ไปท