หลินเสวี่ยหรงถูกทำให้ตกใจจนตะลึง นางส่ายหน้าไปมา
นาทีถัดมาเซียวอี้กลับหัวเราะออกมา แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้มองเห็นความหล่อเหลาคมสันไร้ผู้ใดเทียบเทียม รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ เขากล่าวว่า “ช่างเถิด ในเมื่อเป็นความปรารถนาของเจ้า เปิ่นหวางก็จะส่งเสริมเจ้าเอง”
หลินเสวี่ยหรงยังไม่ทันได้ขัดขืนก็ถูกเซียวอี้จับไว้ในมือ ร่างของนางอ่อนยวบแล้วแต่เขาจะจัดการอย่างไร
เสียงกระโปรงถูกฉีกขาดดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของราตรี เสียงนั้นช่างชัดเจนในโสตประสาทยิ่งนัก
*****
หลินชิงเวยรูปร่างเล็กบาง เก้าอี้ที่นางนั่งอยู่นั้นกว้างใหญ่มาก นางนั่งอยู่ครู่หนึ่งก็นั่งไม่ได้ ก้นเล็กๆ ของนางเอาแต่ไถลไปข้างหน้า นางจึงรวบชายกระโปรงขึ้นมาและยกขาขึ้นมา คนทั้งคนนั่งกอดเข่าพิงอยู่บนเก้าอี้ อย่างไรที่นั่งของนางก็อยู่แถวแรกคนด้านหลังมองไม่เห็น
ต่อมาหลินชิงเวยทำราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ในมือกุมน้ำชาร้อนๆ ถ้วยหนึ่งที่กำลังส่งกลิ่นหอม ตั้งใจดูละครเต็มที่เมื่อดูมาถึงตอนที่กำลังเข้มข้นนางหรี่ดวงตาทั้งคู่ลง ภายในดวงตานั้นทอประกายวาววับราวกับมีดอกไม้ไฟอยู่ในนั้น
ทันใดนั้น มีสาวใช้วิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน ทำให้เป็นจุดสนใจของแขกเหรื่อที่กำลังชมละคร ยังไม่รอให้มหาเสนาบดีหลินโกรธเกรี้ยว นางก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงควบคุมไม่ได้ “คุณหนูรอง คุณหนูรองนาง…นางกับคนอื่น…”
มหาเสนาบดีหลินตบโต๊ะ “นางกับคนอื่นอย่างไรเล่า?