หลินชิงเวยลุกพรวดยืนขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว ด้วยความรูปร่างของนางและความสูงของหลังคาของรถม้านี้นางจึงยืนได้อย่างไม่มีปัญหา นางกล่าวอย่างไม่เกรงใจว่า “ไฉนท่านจึงเป็นคนพูดอันใดไม่ฟังเช่นนี้? ช่างเถิด ท่านไม่ไปก็แล้วไป ข้าไปเอง หากท่านกล้าขวางข้า…”
ที่จริงแล้วหลินชิงเวยกำลังจะเดินออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่เพิ่งพูดได้เพียงครึ่งหนึ่ง เซียวเยี่ยนได้กุมข้อมือของนางเอาไว้และกล่าวว่า “ห้ามไปไหนทั้งสิ้น รอให้คนในตลาดวายเสียก่อน พวกเรากลับวังหลวงทันที”
รอให้คนในตลาดวายเสียก่อน เกรงว่าคงต้องรอราวๆ สองชั่วยามกระมัง
หลินชิงเวยหัวเราะ “ข้าบอกว่าหากท่านกล้าขวางข้า ข้าจะร้องตะโกนให้ลั่นว่าท่านลักพาตัวหญิงสาวชาวบ้าน”
เซียวเยี่ยน “…”
“ท่านไม่เชื่อ?” พูดแล้วหลินชิงเวยก็เปิดผ้าม่านหน้าต่างบานหนึ่งพร้อมกับโผเข้าไปเตรียมจะอ้าปากตะโกน “ช่วย…อื้ออื้ออื้อ…”
เซียวเยี่ยนมือหนึ่งปิดปากของนางและลากตัวนางกลับมา หลินชิงเวยเริ่มต่อสู้ดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในรถม้าส่งผลให้รถม้าเอียงไปเอียงมา ม้าที่อยู่ด้านหน้าจึงส่งเสียงร้องในจมูกสองครั้งด้วยมีการเคลื่อนไหวแปลกๆ คนบังคับม้าที่อยู่ข้างหน้าก็มองไปรอบๆ ด้วยสายตาประหลาดใจด้วยรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ…
รถม้าโยกไปโยกม้ากลางถนนต้องรับผิดชอบถึงอันตรายที่เกิดขึ้น หลินชิงเวยทางหนึ่งโยกรถม้าให้สั่นคลอน อีกทางหนึ่งพูดว่า “อีกประเดี๋ยวหากมีคนไปรร้องเรียนว่าท่านกระทำการไม่เหมาะสมต่อหน