แม้บรรยากาศในวันนี้จะคึกคัก ทว่ามหาเสนาบดีไม่ได้เชิญขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ทั้งราชสำนักมาร่วมงานในจวนของตน เขาเชิญเพียงขุนนางที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันในยามปกติ รวมกับญาติจากฝ่ายภรรยาของตนแล้วจัดโต๊ะเพียงห้าหกโต๊ะเท่านั้น นับได้ว่าเป็นการจัดงานที่เรียบง่ายยิ่งนัก
หลินชิงเวยในฐานะเจาอี๋ของวังหลวง อีกทั้งยังเป็นบุตรสาวคนโตของครอบครัวสกุลหลินย่อมต้องมานั่งร่วมโต๊ะในโต๊ะประธาน หากว่ากันตามฐานะเซียวเยี่ยนนั่งในตำแหน่งประธาน ด้านซ้ายคือเซียวอี้ ด้านขวาคือมหาเสนาบดีหลิน ถัดไปก็เป็นหลินชิงเวยและจ้าวซื่อสองแม่ลูก
แม้มหาเสนาบดีหลินจะมีฐานะสูงศักดิ์ด้วยตำแหน่งมหาเสนาบดีของราชสำนัก ทว่าท่านอ๋องทั้งสองท่านต่างให้เกียรติมาเป็นแขก เขายังคงรับรองด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดอาหารเลิศรสบนโต๊ะอาหารอันอุดมสมบูรณ์และวิจิตรบรรจง ลำพังแค่มองก็ทำให้คนเกิดความอยากอาหาร เห็นได้ว่ามหาเสนาบดีหลินและจ้าวซื่อทุ่มเทจิตใจลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากกล่าวเปิดงานเล็กน้อยต่อมาทุกคนต่างเริ่มขยับตะเกียบรับประทานอาหาร ใบหน้าของจ้าวซื่อมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา เวลานี้นางยืนขึ้นรินสุราให้กับเซ่อเจิ้งอ๋องและเซี่ยนอ๋องด้วยตนเอง คำพูดคำจาที่นางจำนรรจาล้วนอ่อนหวานน่าฟังส่งผลให้คนหาตำหนิหรือฟังแล้วไม่สบายใจไม่ได้
มหาเสนาบดีหลินยกจอกสุราดื่มคารวะต่อเซ่อเจิ้งอ๋องและเซี่ยนอ๋องตามลำดับ แล้วจึงยกจอกสุราเพื่อคารวะแก่แขกทั้งห