อกาฝากผู้ต่ำต้อย เช่นนั้นดียิ่ง ยามนี้ถึงคราเจ้าได้ลิ้มลองรสชาติเช่นนี้บ้าง!”
หลินชิงเวยหัวเราะออกมา “พรืด” หนึ่ง นางถ่มกิ่งไผ่ที่คาบอยู่ในปากใส่หน้าหลินเสวี่ยหรง ส่งผลให้ปรากฏรอยแดงเล็กๆ เป็นเส้นๆ บนใบหน้ารูปไข่อันอ่อนเยาว์ของนาง หลินเสวี่ยหรงรู้สึกถูกนางเหยียดหยามจึงโกรธจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ ขณะที่นางกำลังจะลงมือกลับคาดไม่ถึงว่าหลินชิงเวยจะลงมือเร็วกว่านางก้าวหนึ่ง ปัดมือของหลินเสวี่ยหรงออก มือขาวๆ อ่อนนุ่มข้างนั้นถูกกดไว้กับกำแพงหินของภูเขาจำลอง เสียดสีจนผิวหนังปวดแสบปวดร้อนไปหมด แต่หลินเสวี่ยหรงยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกหลินชิงเวยใช้ปลายนิ้วบีบคางของนางให้เงยขึ้น
หลินชิงเวยหรี่ตาลง แววตาที่นางมองหลินเสวี่ยหรงเย็นเยียบประดุจดวงตาของอสรพิษก็ไม่ปาน
[1] ความหมายตรงตัวแปลว่า หากคานเพดานไม่ถูกต้อง คานพื้นด้านล่างก็จะไม่ถูกต้องตามไปด้วย ส่งผลให้บ้านทั้งหลังผิดรูปไปหมด เป็นคำเปรียบเทียบว่า หากผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าหรือคนรุ่นก่อนประพฤติตัวไม่เหมาะสม เช่นนั้นผู้ที่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าหรือคนรุ่นหลังก็จะได้รับผลกระทบจากพวกเขา คือประพฤติตัวไม่เหมาะสมไปด้วย คล้ายสำนวนไทยที่ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น[2] หมายถึงผลแอปเปิ้ล
[1] ความหมายตรงตัวแปลว่า หากคานเพดานไม่ถูกต้อง คานพื้นด้านล่างก็จะไม่ถูกต้องตามไปด้วย ส่งผลให้บ้านทั้งหลังผิดรูปไปหมด เป็นคำเปรียบเทียบว่า หากผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าหร