ฑ์การสัญจรบนถนนเช่นนี้ จึงดึงรั้งบังเหียนเพื่อบังคับให้รถม้าเลียบเข้าข้างทาง ส่งผลให้ม้าตัวนั้นควบผ่านรถม้าไปในระยะประชิดตัวรถ
หลินชิงเวยไม่รู้ว่าเสียงสาปแช่งด่าทอนั้นเป็นของคนบังคับม้าหรือคนควบม้า ยังไม่ทันได้เห็นว่าอีกฝ่ายมีหน้าตาอย่างไร รถม้าพลันเอียงไปอีกทางหนึ่งอย่างกะทันหัน
หลินชิงเวยไม่ทันระวังตัว ร่างทั้งร่างจึงไถลลื่นมาอีกด้านหนึ่ง ความเงียบงันและความสมดุลภายในรถม้าถูกทำลายลงในชั่วพริบตา หลินชิงเวยควบคุมร่างกายของตนไม่ได้ ได้แต่เบิกตาโตมองตนเองไถลเข้าหาก้อนน้ำแข็งที่อยู่ตรงข้าม
เดิมทีเซียวเยี่ยนกำลังอ่านหนังสือ ครานี้ดียิ่งนัก หลินชิงเวยโผเข้ามาเต็มอ้อมกอดของเขา
คนทั้งสองดวงตาใหญ่ถลึงใส่ดวงตาเล็ก ดูเหมือนคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องสองคนแปรเปลี่ยนเป็นมีความเกี่ยวข้องเสียแล้ว ด้วยความรีบร้อนเพราะเกรงกว่าหลินชิงเวยจะหกล้ม เขาจึงยื่นมืออออกไปประคองเอวของนาง
คนบังคับม้าด้านนอกร้อง อวี้ ขึ้นครั้งหนึ่ง เวลานี้รถม้าจึงได้หยุดนิ่งลง เขารีบถามว่า “เซ่อเจิ้งอ๋อง ท่านไม่เป็นไรกระมัง?”
หนังสือในมือกระเด็นไปด้านข้าง ถูกสายลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างเปิดพลิกไปไม่รู้กี่หน้า
เซียวเยี่ยนถูกร่างของหลินชิงเวยกดทับจนร่างแนบติดไปกับหน้าต่างของรถม้า เส้นผมด้านหลังศีรษะของเขาที่ตรึงไว้ด้วยหยกประดับศีรษะนั้นแผ่กระจายออกมา เส้มผมดำขลับราวกับเส้นไหมนั้นทิ้งตัวลงมา ส่งผลให้ใบหน้าเย็นชาตลอดกาลของเขาเพิ่มคว