ผ่านไปครู่ใหญ่เซียวเยี่ยนจึงเงยหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์นั้นขึ้นมาพูดว่า “เวลานี้เจ้าตีก็ตีแล้ว ยินยอมรักษาแล้วหรือไม่?”
หลินชิงเวยหัวเราะ “ใครบอกกับท่านว่าข้าตีท่านแล้วก็จะช่วยท่าน? นี่เป็นเพียงการชำระความแค้นเมื่อหนก่อนต่างหากเล่า”
หน้าอกของเซียวเยี่ยนกระเพื่อมขึ้นลง เขาอดทนแล้วอดทนอีก ไม่ง่ายดายเลยกว่าที่เขาจะควบคุมตนเองไม่ให้เข้าไปบีบคอนางอย่างวู่วามอีกครั้ง
หลินชิงเวยกล่าวขึ้นอีกว่า “ต้องการให้ข้ารักษานั้นได้ เพียงแต่ท่านต้องรับปากว่าปล่อยข้าออกจากวัง”
หลังจากเซียวเยี่ยนครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็พูดขึ้นว่า “ได้ เปิ่นหวางรับปากเจ้า”
ดูเหมือนหลินชิงเวยจะอารมณ์ดีไม่น้อย ดวงตาของนางยิ้มจนโค้งลงเป็นรูปเสี้ยวจันทร์ นางยกเท้าก้าวเดินเข้าไปภายในเรือน “ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว ท่านอ๋องจะอยู่ทานอาหารที่นี่หรือไม่?”
เซียวเยี่ยนหันไปมองเท้าเปล่าเปลือยของหลินชิงเวย บรรยากาศในยามนี้จึงพลันผ่อนคลายลง เขายังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาดังเดิม “รองเท้า”
หลินชิงเวยก้มหน้าลงดู จึงเพิ่งรู้สึกตัว “อุ๊ย ลืมสวมรองเท้า”
ความจริงได้พิสูจน์ว่าเมื่อมีเป้าหมายในการต่อสู้ที่แน่นอนแล้ว ไม่ว่าทำเรื่องอันใดล้วนมีพละกำลังมากขึ้น หลินชิงเวยทำข้อตกลงกับเซียวเยี่ยนเป็นผลสำเร็จ นางกินอาหารเที่ยงแล้ว ยามบ่ายจึงไปเยือนตำหนักซวี่หยาง
ซินหรูติดตามข้างกายนาง นางประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดจึงเอ่ยถามว่า “พี่สาว ท่านอ๋องรับปากแล้วกระมัง