รับปากแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
หลินชิงเวยยื่นมือออกมาดีดหน้าผากของซินหรูครั้งหนึ่ง “อืม เจ้าทำได้ดีมาก”
ซินหรูกุมหน้าผากแล้วหัวเราะ แม้นางจะรู้ว่าพี่สาวและเซ่อเจิ้งอ๋องเจรจาทำข้อตกลงระหว่างกันแต่กลับไม่รู้ว่าเป็นเรื่องใด
ขอเพียงพี่สาวเบิกบานใจก็เพียงพอแล้ว ยังมีอีกขอเพียงพี่สาวยอมรักษาฝ่าบาทก็พอ
เมื่อกำลังจะไปถึงตำหนักซวี่หยาง หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “ซินหรู รอให้เรื่องราวเสร็จสิ้นลง พี่สาวจะพาเจ้าออกไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนอกวัง”
“ออกจากวังไป?” สีหน้าของซินหรูเคว้งคว้าง วังหลวงแห่งนี้กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ มองไปยังไม่รู้ว่าสิ้นสุดที่ใด นอกวังเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่นางยังไม่เคยคิดมาก่อน ยิ่งไม่กล้าคิดว่าวันหนึ่งตนจะสามารถออกจากวังไป นางถามว่า “พวกเราออกจากวังไปทำอะไรเจ้าคะ?”
หลินชิงเวย “ไม่รู้ ทำอะไรก็ได้กระมัง อยากทำอะไรก็ทำสิ่งนั้น อย่างนั้นจึงจะมีชีวิตอยู่เหมือนมนุษย์คนหนึ่ง”
ซินหรูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้น ดวงตาของนางทอประกายวิบวับ “พวกเราออกจากวังได้จริงๆ หรือเจ้าคะ?”
“ช้าเร็วเราก็ต้องออกไป หาไม่แล้วยังจะคาดหวังให้อยู่ที่นี่อย่างน่าเวทนากระทั่งชราหรือ”
เซียวจิ่นปลาบปลื้มยินดีต่อการมาเยือนของหลินชิงเวยเป็นอย่างมาก รอยยิ้มนั้นกดลึกกว่าในยามปกติมากมายนัก ทั้งอบอุ่นอ่อนโยนยิ่งกว่า สีหน้าท่าทางเบิกบานของเขามีมากขึ้นเพราะการมาของหลินชิง