บุรุษที่อยู่ด้านหลังกล่าวอย่างไม่ยินดียินร้าย “เช่นนั้นข้าลักลอบกับเจ้าสักครั้งเป็นอย่างไรเล่า?”
หลินชิงเวยชะงักฝีเท้าจากนั้นหันกายกลับมา มองเขาขึ้นๆ ลงๆ อย่างประเมินคำรบหนึ่ง “อย่างท่าน? ซื้อหนึ่งแถมสิบ ข้าก็ไม่ต้องการ”
บุรุษดูเหมือนจะถูกนางทำให้เกิดโทสะ แต่ที่มีมากกว่าโทสะคือความสนใจ เขากล่าวว่า “แต่ข้าได้ยินมาว่าเจ้าถูกส่งเข้าตำหนักเย็นด้วยความผิดฐานคบชู้สู่ชายเช่นกัน เจ้าคิดว่าเจ้าสูงส่งเหลือเกิน?”
หลินชิงเวยคร้านจะตอบเขา นางไม่พูดอะไรอีกแต่ปล่อยงูออกไปกัดเขาทันที
ชิงหลันเลื้อยออกมาจากร่างของหลินชิงเวย เลื้อยเข้าไปหาร่างของบุรุษคนนั้นอย่างดุดัน มันอ้าปากกว้าง พ่นเสียงดังฟู่ๆ
บุรุษเห็นเช่นนั้นจึงรีบหลบหลีก เมื่อสงบจิตใจได้แล้วมองอีกครั้ง รอบด้านล้วนไม่พบเห็นเงาร่างของชิงหลัน
เขาเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างของหลินชิงเวย ท่ามกลางแสงจากโคมไฟที่ไม่สว่างนัก เงาร่างของนางเล็กแบบบาง ทว่ารอบกายนางราวกับมีแสงสว่างบางๆ ชั้นหนึ่งครอบคลุมอยู่ ชิงหลันพันกายอยู่บนไหล่ของนาง นางเดินไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามองเขา
สายลมในยามราตรีพัดเส้นผมและชายอาภรณ์ของนาง นางเยือกเย็นราวกับเป็นเทพเซียนที่มิอาจล่วงเกินได้
หลินชิงเวย…บุรุษคนนั้นกลับนั่งอยู่ที่นั่นอย่างไม่รีบร้อน มือของเขาเอื้อมไปด้านหลังเพื่อพยุงร่างของตน สีหน้าของเขาในนี้ดูไม่อนาทรร้อนใจ นางแตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่าง