ไรอย่างนั้น เมื่อก่อนนางเป็นเช่นท่อนไม้ท่อนหนึ่งอย่างไร้ข้อกังขา แตกต่างจากเวลานี้ราวฟ้ากับดิน มิน่าเล่า นางจึงออกมาจากสถานที่เช่นตำหนักเย็นได้ ซ้ำยังไปอยู่ข้างกายฮ่องเต้ได้
หลินชิงเวยเดินไปพักหนึ่ง ในที่สุดนางก็เดินมาถึงริมสระไท่เยี่ย ศาลาหลังนั้นยังคงอยู่ที่นั่น ในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ส่งผลให้ที่นี่ดูอ้างว้างผิดธรรมดา มันเป็นเสมือนสัญลักษณ์นำทางของหลินชิงเวย ขอเพียงนางมองเห็นศาลาแห่งนั้น นางก็รู้ว่าต่อไปจะต้องเดินอย่างไร
เมื่อกลับมาถึงตำหนักฉางเหยี่ยน ทุกคนต่างพักผ่อนกันหมดแล้ว หลินชิงเวยกลับเข้ามาถึงในเรือน ร่างกายของนางเต็มไปด้วยไอเย็น เห็นภายในเรือนยังมีแสงสว่างจากตะเกียง และซินหรูนั่งยองๆ หลับไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวระหว่างรอนางอยู่เพียงลำพังที่บันไดหน้าประตู
เด็กคนนี้ คิดแล้วคงมารอนางกลับมา หลินชิงเวยคิดได้เช่นนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าอ่อนโยนลงหลายส่วน ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มอบอุ่นขึ้น
หลินชิงเวยเดินเข้าไปอย่างเบามือเบาเท้า เดิมทีนางคิดจะอุ้มซินหรูกลับห้อง ไหนเลยจะคิดว่าเพิ่งจะยื่นมือออกไปก็ทำให้สาวน้อยตกใจตื่นขึ้นมาเสียก่อน นางเงยหน้าขึ้นมองทันทีที่เห็นว่าเป็นหลินชิงเวยจึงเอ่ยขึ้นอย่างยินดีว่า “พี่สาว ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที ข้าคิดว่าจะไม่ได้พบท่านแล้วเจ้าค่ะ”
หลินชิงเวยกล่าว “นั่นเป็นเพราะเจ้าโง่เขลา ไม่รู้จักเข้าไปรอในห้อง รอให้เจ้านอนหลับไปตื่นหนึ่งข้าก็กลับมาแล้วไงเล่