ันตรงๆ ก็พอเพคะ เจาอี๋ เจาอี๋ ฟังดูยุ่งยากเหลือเกินเพคะ”
เซียวจิ่นกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ได้ เช่นนั้นต่อไปเจิ้นเรียกเจ้าว่า ชิงเวย”
เซียวเยี่ยนวางตะเกียบหยกในมือลง ยื่นมือไปหยิบช้อนตักน้ำแกงมาถ้วยหนึ่ง แล้วส่งมาถึงข้างมือของเซียวจิ่น เซียวจิ่นลุกขึ้นยืนไม่ได้ แขนของเขายื่นมาถึงอาหารไม่กี่จานที่จัดวางอยู่ตรงหน้าเท่านั้น อาหารจานอื่นเขาล้วนตักไม่ถึง
เซียวจิ่นกล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาท
หลินชิงเวยเห็นแล้วถามขึ้นว่า “ฝ่าบาทเสวยอาหารทางด้านนั้นไม่ถึงหรือเพคะ จะให้หม่อมฉันคีบเนื้อปลาให้ฝ่าบาทหรือไม่เพคะ?”
“ไม่ต้องหรอก” เซียวจิ่นกล่าว
เขาเพิ่งจะกล่าวจบ หลินชิงเวยก็ใช้ตะเกียบของตนเองคีบปลาชิ้นหนึ่งวางลงในถ้วยของเขา เซียวจิ่นก้มหน้าลงมองอย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
“พระองค์ไม่โปรดเสวยเนื้อปลา?”
“ไม่ใช่”
“รังเกียจว่าก้างปลามาก?”
“…”
หลินชิงเวยจึงคีบเนื้อปลาชิ้นนั้นกลับมาใช้นิ้วมือขาวๆ ของตนเลาะก้างปลาออกมา ทางหนึ่งกล่าวว่า “สำหรับพลานามัยของฝ่าบาทแล้ว การเสวยเนื้อปลามีประโยชน์ไม่มีโทษ หม่อมฉันเป็นหมอส่วนตัวของฝ่าบาท ฝ่าบาทควรจะเชื่อหม่อมฉัน ได้แล้วเพคะ ก้างปลาคัดออกหมดแล้วเพคะ”
นางนำเนื้อปลาที่คัดก้างปลาออกแล้ววางกลับไปในถ้วยของเขา เซียวจิ่นตื่นตะลึงเล็กน้อย
[1] หมายถึง อยู่ใกล้ได้ก่อน มือใครยาวสาวได้สาวเอา
[1] หมายถึง อยู่ใกล้ได้ก่อน มือใครยาวสาวได้สาวเอา