ช่างยากที่จินตนาการเหลือเกินว่าคำพูดที่มีตรรกะเหตุผลเช่นนี้จะออกมาจากปากของซินหรูได้ ไม่เพียงหลินชิงเวยเท่านั้นที่คาดไม่ถึง แม้กระทั่งจ้าวเฟยก็ตกตะลึงพรึงเพริดเช่นกัน
สีหน้าของจ้าวเฟยภายใต้แสงจากคบไฟนั้น เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่ต้องกล่าวถึงว่ามีสีสันเพียงใด นางเพียงแค่ต้องการมาโอ้อวดและประกาศศักดาเท่านั้น มิได้มาหาเรื่องใส่ตัว
แต่นางคนชั้นต่ำนางนี้ ช่างทำให้คนโทสะเดือดดาลนัก คืนนี้ไม่สั่งสอนนาง เกรงว่าจ้าวเฟยกลับไปถึงตำหนักก็มิอาจนอนหลับได้
นางประสานสายตากับคนทั้งสองที่ยืนอยู่ในแปลงสมุนไพรราวกับกำลังประเมินผลได้และผลเสีย จากนั้นจึงหัวเราะเสียงแหลมออกมา นางยื่นคบไฟให้กับนางกำนัลข้างกาย “เจ้าท้วงเตือนเปิ่นกง เปิ่นกงมิอาจเผาแปลงสมุนไพรเหล่านี้จริงๆ เปิ่นกงย่อมปรารถนาให้อาการประชวรของฝ่าบาทหายเป็นปกติโดยไวเช่นกัน ทว่า” น้ำเสียงของจ้าวเฟยพลันเปลี่ยนไป “บ่าวไพร่ชั้นต่ำเช่นเจ้าที่กำเริบเสิบสานเช่นนี้ เปิ่นกงยังมีอำนาจที่จะจัดการได้ เด็กๆ ยังไม่รีบไปลากตัวนางคนชั้นต่ำออกมาให้เปิ่นกงอีก”
ดังนั้นนางกำนัลสองนางจึงก้าวขึ้นหน้า เหยียบย่ำลงบนสมุนไพรที่พวกนางเพิ่งจะรดน้ำใส่ปุ๋ยอย่างไร้ปราณี มุ่งหน้ามาทางซินหรู แต่ยังเดินไม่ถึงสองก้าว พลันมีเสียงฟู่ๆ ดังขึ้นจากบนพื้นดิน นางกำนัลทั้งสองก้มหน้าลง ราวกับมีสิ่งของอะไรตวัดผ่านเท้าของตน
นางกำนัลสองนางนั้นยังมิทันได้ดูให้ชัดเจน ทว่ากลับถูกเสียงฟู่ๆ นั้นทำใ