ห้ตื่นตระหนก จึงรีบถอยหนีทันที จ้าวเฟยยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม ก็ได้ยินเสียงของนางกำนัลร้องขึ้นด้วยความตกใจว่า “งู มีงู”
นางกำนัลคุ้มกันจ้าวเฟยให้ถอยหลัง ใบหน้าของจ้าวกุ้ยเฟยซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
ภายใต้แสงไฟนั้น เห็นเพียงงูสีเขียวราวกับหยกตัวหนึ่งกำลังเลื้อยออกมาจากต้นหญ้า กำลังเลื้อยมาทางจ้าวเฟย บนร่างของมันเป็นสีดำและมีลวดลายสีเหลือง ดูไปแล้วน่าเกลียดและน่ากลัวยิ่ง มันส่งเสียงสื่อสารของงู เสียงนั้นทำให้จ้าวเฟยตื่นตระหนกเสียจนขนลุกเกรียวทั้งร่าง
จ้าวเฟยหน้าเปลี่ยนสี “ไฉนที่นี่จึงมีงูได้เล่า ยังไม่ ยังไม่รีบจับงูออกไปอีก”
ทันทีที่สิ้นเสียง งูสีเหลืองตัวนั้นกลับยืดตัวขึ้น พันรอบข้อเท้าของจ้าวเฟย มันพันรัดอย่างแน่นหนา จ้าวเฟยตกใจเสียจนกระตุกทั้งร่าง ไร้ซึ่งท่าทีหยิ่งผยองเช่นเมื่อแรกมาถึง งูสีเหลืองตัวนั้นอ้าปาก ยังไม่ได้เตรียมจะกัดลงไป จ้าวเฟยก็ถูกทำให้ตกใจจนสิ้นสติไปเสียก่อน ต่อมางูลายเหลืองตัวนั้นยังคงกัดลงบนขาของนางครั้งหนึ่งอย่างเสียไม่ได้
ในเมื่อมาเป็นเหยื่อแล้ว หากไม่กัดสักคำจะได้หรือ นี่มิใช่นิสัยของงู
เดิมทีซินหรูคิดจะเรียกอาหวงกลับมา แต่นางเพิ่งคิดจะเอ่ยปาก ขันทีทางนั้นได้ใช้กิ่งไม้ปลายแหลมเขี่ยอาหวงออกมา เมื่อทำไม่สำเร็จจึงใช้ไม้ปลายแหลมนั้นแทงเข้าไปในร่างของอาหวง อาหวงได้รับความเจ็บปวด จึงผ่อนแรงลงทันที เลื้อยผละออกจากขาของจ้าวเฟยมาบนพื้น
ต่อมาขันทีไม่รู้ไปหยิบดาบมาจากที่