ใด ฟาดฟันลงบนร่างของอาหวงจังๆ
ซินหรูเบิกตาโต ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำในชั่วพริบตา นางคิดจะวิ่งเข้าไป ทว่าถูกหลินชิงเวยรั้งเอาไว้ ได้แต่มองอาหวงเจ็บปวดจนขดร่างเป็นก้อนกลมๆ อยู่บนพื้นตาปริบๆ
ขันทียังไม่ยอมเลิกรา ยังคิดจะฟันอีกสองครั้ง หลินชิงเวยจึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจว่า “หากยังมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่อีก เหนียงเหนียงของพวกเจ้าน่าจะตกอยู่ในอันตรายแล้ว พวกเจ้าทั้งหมดต้องการถูกฝังร่วมไปกับเจ้านายใช่หรือไม่?”
ขันทีตกตะลึง พลันคิดถึงจ้าวเฟยขึ้นมา จึงไม่มีเวลาสนใจงูอีก รีบประคองจ้าวเฟยจากไปอย่างรวดเร็ว
รอกกระทั่งคนทั้งหมดจากไปแล้ว คบไฟที่ตกอยู่บนพื้นเกิดสะเก็ดประกายไฟ ภายในเรือนพลันบังเกิดความเงียบงัน ซินหรูรีบวิ่งเข้าไปอุ้มอาหวงขึ้นมา น้ำตาของนางไหลพรากในชั่วขณะ
“พี่สาว ข้าไม่ควรให้อาหวงออกมาเลย…”
หลินชิงเวยกล่าวเนิบๆ ว่า “เจ้าจะร้องไห้อะไรกัน ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางรักษา”
ซินหรูช้อนตาขึ้นมอง เห็นเพียงหลินชิงเวยหันกายเดินเข้าไปในเรือน ภายในเรือนได้จุดโคมไฟสีเหลืองนวลเอาไว้ เสียงดังมาจากข้างในว่า “ยังไม่นำมันเข้ามาอีก”
ซินหรูประคองอาหวงที่ขาดเป็นสองท่อนเข้าไป หลินชิงเวยได้เตรียมเข็มและด้ายไว้พร้อมแล้ว นางกล่าวอีกว่า “การมีชีวิตรอดของงูนั้นแข็งแกร่งยิ่ง เส้นประสาทของมันพัฒนาไปมาก มีพี่สาวอยู่ เจ้ายังกลัวว่ามันจะตายหรือไร? หืม?”
ท่าทีชำนาญคล่องแคล่วของหลินชิงเวยภายใต้แสงของตะเกียง แม้ร่างของ