“อ้อ” ซินหรูเห็นขันทีทางด้านนั้นแล้วเช่นกัน “พี่สาวจะไปแล้วหรือเจ้าคะ?”
“อื้อ”
ซินหรูยื่นมือออกไป “พี่สาว ข้าก็เลี้ยงงูลวดลายสีเหลืองไว้ตัวหนึ่ง ข้าเรียกมันว่า อาหวง” นางยื่นงูเล็กๆ ตัวหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อของนางราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าของตน
งูตัวนั้นยังอายุน้อยมากทั้งตัวเล็กกะจิดริด หลินชิงเวยมองแล้วคิดว่าซินหรูหาสหายที่ดีได้คนหนึ่ง ทว่าชัดเจนอย่างยิ่งว่าทำให้ขันทีที่นำความมาแจ้งนั้นตื่นตระหนกตกใจ
หลินชิงเวยขยิบหางตาให้นางครั้งหนึ่ง “เยี่ยมมาก พี่สาวกลับมาค่อยมาชมเชยเจ้า เก็บมันขึ้นมาก่อน”
“อ้อ” ซินหรูเก็บงูตัวนั้นขึ้นมาราวกับกำลังม้วนเชือกเส้นหนึ่งแล้วส่งเข้าไปในช่องแขนเสื้อ
ขันทีก้าวขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ไม่มั่นคงนัก “หลิน หลินเฟยเหนียงเหนียง ฝ่าบาทมีรับสั่งให้หลินเฟยเหนียงเหนียงเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”
กงกงเบื้องหน้าเป็นผู้นำทางหลินชิงเวยไปยังตำหนักซวี่หยาง ทันทีที่ก้าวเข้าประตูตำหนัก ลำพังเพียงแค่ทัศนียภาพก็ชัดเจนยิ่งนักว่าคนละระดับกับตำหนักฉางเหยี่ยน นางกำนัลภายในตำหนักซวี่หยางมีจำนวนมากกว่านางกำนัลในตำหนักฉางเหยี่ยนเป็นสิบเท่า อีกทั้งทุกอย่างล้วนเป็นระเบียบเรียบร้อย มีกงกงของตำหนักซวี่หยางนำทางหลินชิงเวยจึงเดินเข้าไปโดยมิถูกขัดขวางกระทั่งมาถึงตำหนักบรรทมของเซียวจิ่น
กงกงขานขึ้นด้านนอกตำหนักบรรทม “ทูลฝ่าบาท หลินเฟยเหนียงเหนียงมาถึงแล้วพะยะค่ะ”
ชั่วอึดใจหนึ่งได้ยินเสียงไอโขลกลอยมาจากข้างใน