น้ำเสียงอ่อนแรงกล่าวขึ้นว่า “เข้ามาเถิด”
ดังนั้นประตูห้องจึงถูกเปิดออกจากด้านใน นางกำนัลชุดหนึ่งเดินออกมาเป็นแถวราวกับฝูงปลา จากนั้นข้างในพลันเงียบงัน รอเพียงหลินชิงเวยเข้าไป หลินชิงเวยยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปสู่ตำหนักบรรทมของเซียวจิ่น
นางเคยมาตำหนักบรรทมแห่งนี้เมื่อหลายวันก่อน ดังนั้นจึงไม่รู้สึกแปลกที่แปลกทางทว่านางกลับรู้สึกแปลกหน้าต่อคนที่อยู่ในตำหนักบรรทมแห่งนี้ยิ่งยวด
การมาในครั้งก่อนเซียวจิ่นนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงแต่เวลานี้เขาสวมอาภรณ์เรียบร้อยและกำลังนั่งอยู่อย่างสงบนิ่งบนเก้าอี้รถเข็น
บรรยากาศเงียบสงบครอบคลุมภายในตำหนักบรรทม
พูดจริงๆ แล้ว หลินชิงเวยไม่ค่อยถนัดกับการต้องรับมือกับเด็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กน้อยเช่นเซียวจิ่นที่มีร่างกายพิการ อีกทั้งเป็นเด็กน้อยที่มีฐานะเป็นถึงฮ่องเต้ นางเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ต่อให้เป็นนางสนมในตำหนักในก็ตามที ซ้ำทั้งยังเป็นนางสนมของเด็กน้อยที่ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์ คิดดูแล้วก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจยิ่งนัก หากว่ากันตามเหตุผลนางควรจะคุกเข่าให้กับเด็กน้อยคนนี้จากนั้นต้องเอ่ยอย่างจงรักภักดีว่า “ฝ่าบาททรงพระเจริญ หมื่นปีหมื่นหมื่นปี!”
ละเว้นนางเถิด นางคุกเข่าไม่ลงจริงๆ
เซียวจิ่นประเมินนางอย่างละเอียดถี่ถ้วน บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มปรากฏอยู่ เมื่อเขายิ้มส่งผลให้ใบหน้านั้นสง่างามและสดใสยิ่งยวด เขากล่าวว่า “หากเจ้าไม่อยากคุกเ