หลินชิงเวยลูบศีรษะของนาง “วางใจเถิด ยังไม่ตายหรอก”
ซินหรูกะพริบตา ใบหน้าที่ลดบวมลงอย่างมิง่ายดายกลับบวมเป่งขึ้นมาอีกครั้ง สภาพของหลินชิงเวยเองก็มิได้ดีกว่ากันเท่าใดนัก คนทั้งสองมีสภาพอเนจอนาถยิ่งยวด น้ำตาของซินหรูหยดลงแหมะๆ ลงบนหลังมือของหลินชิงเวย ความอุ่นร้อนนั้นทำให้นางหดมือกลับมา ซินหรูกล่าวว่า “เมื่อก่อน แม้แต่ในความฝันข้าก็ปรารถนาที่จะหนีออกมาจากสถานที่แห่งนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อก้าวออกมาจากสถานที่แห่งนั้นได้ในที่สุด ข้างนอกกลับโหดร้ายทารุณและอันตรายยิ่งกว่าข้างในเสียอีก…เมื่อ…เมื่อสักครู่…ข้าคิดว่าข้าเกือบจะต้องถูกโบยจนตายแล้ว…”
เวลานี้คิดขึ้นมา ซินหรูเองก็ยังรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งยวด
โลกข้างนอกใบนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
หลินชิงเวยคิดขึ้นมาแล้วก็ยังรู้สึกหวาดผวาเช่นกัน หากคิดจะยืนหยัดอยู่ในวังหลวงได้อย่างมั่นคง เส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบาก ทว่านางไม่อาจถอยหลังหรือขลาดกลัวได้ นางเป็นคนพาซินหรูออกมานางย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบปกป้องคุ้มครองซินหรู
หลินชิงเวยเพียงโอบซินหรูเอาไว้และลูบศีรษะของนางเพื่อปลอบนาง
ชาติที่แล้ว หลินชิงเวยยังไม่เคยต้องตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถเช่นนี้ หลินชิงเวยหัวเราะ พลางคิดว่านางอายุปูนนี้แล้ว หรือนางต้องมีชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ?
ทันใดนั้น ประตูของเรือนหลังเล็กอันมืดมิดก็เกิดเสียงจากการเคลื่อนไหวขึ้นครั้งหนึ่ง หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญ