าณมองไปยังจุดที่บังเกิดเสียง กลับเห็นแสงสว่างสายหนึ่งลอดเข้ามาจากภายนอก จากนั้นค่อยๆ สว่างขึ้น ลำดับแรกที่เห็นก็คือริ้วรอยยับย่นบนใบหน้าของหมัวมัวตำหนักเชียนเหอ และรอยยิ้มประหลาดที่ปรากฏบนใบหน้านั้น
หมัวมัวถือตะเกียงดวงหนึ่งเดินเข้ามา นางนำตะเกียงไปวางบนมุมโต๊ะที่ผ้าปูเต็มไปด้วยฝุ่นละอองหนาเขรอะ
ซินหรูพลันรับรู้ได้ถึงเจตนาอันไม่ประสงค์ดีของหมัวมัว จึงพยายามขดกายเข้าไปในอ้อมกอดของหลินชิงเวย
หมัวมัวเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน “สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ไทเฮานำมาใช้จัดการสั่งสอนคนที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งในวังหลวงโดยเฉพาะ เวลานี้เว้นว่างมาเนิ่นนาน เหนียงๆ แต่ละท่านในวังต่างอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตน เป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่มีใครถูกส่งตัวมาที่นี่ หลินเฟยเหนียงเหนียงกลับดียิ่งนักเพิ่เข้าวังมาระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วันก็ก่อความวุ่นวายในตำหนักใน ครั้งที่แล้วไทเฮาใจกว้างเมตตาไว้ชีวิตเจ้าแล้วครั้งหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าเวลานี้กลับหลบหนีออกมาจากตำหนักเย็น ยังผลักจ้าวกุ้ยเหรินตกน้ำ เจ้าคงต้องการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินแล้วจริงๆ เจ้ารู้หรือไม่ว่าจ้าวกุ้ยเหรินเป็นใคร นั่นเป็นคนที่เจ้าแตะต้องได้หรือ? นางเป็นถึงหลานสาวห่างๆ ของไทเฮาเหนียงเหนียง! ไทเฮาสั่งให้ข้ามาสั่งสอนให้เจ้าสำนึกผิดอยู่ที่นี่ให้ดี ภายในตำหนักในแห่งนี้ไม่อาจยอมรับเหนียงๆ ที่ประพฤตินอกลู่นอกทางและไม่ซื่อสัตย์จงรักภักดีเด็ดขาด ในเมื่อเวลานี้เจ้าอ