อกมาจากตำหนักเย็นแล้วเช่นนั้นก็อย่าได้กล่าวโทษไทเฮาและตัวข้าว่าใจคอโหดเหี้ยม!”
พูดแล้วหมัวมัวนางนั้นก็ดึงแส้ออกมาจากข้างหลังเส้นหนึ่ง
นาง…นี่นางกำลังพบกับหรงหมัวมัว[1]ในเวอร์ชั่นของความจริงหรือ
ความเหี้ยมโหดของหมัวมัวนางนั้นปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของนาง นางถือแส้ค่อยๆ เดินเข้ามาหาคนทั้งสอง นางตวัดแส้ไปกระทบกับฝาผนังที่เยียบเย็นนั้น เสียงของแส้ที่กระทบกับผนังทั้งสี่ด้านราวกับส่งเสียงสะท้อนกลับมา เสียงตวัดแส้สั่นสะท้านเต็มโสตประสาท ทำให้รู้สึกขนลุกเกรียว หากถูกตีด้วยแส้นี้ด้วยเรี่ยวแรงและพละกำลังของหมัวมัวผู้โหดร้ายนางนี้ ผิวหนังไม่ปริแตกเปิดออกคงเป็นเรื่องแปลก
สมองของหลินชิงเวยรีบคิดหาวิธีรับมืออย่างรวดเร็ว แต่เวลานี้กำแพงทั้งสี่ด้านล้วนไร้ซึ่งสถานที่ให้นางจะหลบซ่อนตัวได้ หมัวมัวผู้นี้ใช้แส้เป็นอาวุธ ทำให้นางไม่มีโอกาสเข้าประชิดตัวหมัวมัว
ทันใดนั้นหลินชิงเวยถามขึ้นเมื่อได้สติ “ท่านคือหรงหมัวมัวใช่หรือไม่?”
นัยน์ตาของหมัวมัวถลนออกมา “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าแซ่หรง?”
หลินชิงเวย “…เพราะรอยยับบนใบหน้าของท่านเขียนตัวอักษรคำว่า “หรง” ไว้ตัวใหญ่มาก”
หมัวมัวโกรธเกรี้ยวยิ่งยวด “เจ้าคนต่ำช้า ปากสุนัขเช่นเจ้าไม่มีทางคายงาช้าออกมาได้ วันนี้ดูซิว่าข้าจะตีเจ้าให้ตายหรือไม่!” พูดแล้วก็ตวัดแส้ในมือออกมาอย่างไร้ปราณี
เดิมทีหลินชิงเวยคิดจะเจรจากับแม่ชีเฒ่านางนี้ดีๆ แต่จนใจที่แม่ชีเฒ่านางนี้ไม่ให้โอกาส
[1]