กล้ๆ กกหูของนางแก้วหูของนางเกิดเสียงดังหวึ่งๆ ความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเป็นริ้ว ราวกับจู่ๆ นางก็ได้ยินอะไรไม่ถนัดนัก
นางขยับปากและฟัน ฝ่ามือฉาดนี้เจ็บเหลือทนจริงๆ ให้ตายสิ
ไทเฮาถึงกับลงมือตบตีนางด้วยตนเอง นางควรจะรู้สึกว่าตนเองโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ? ภายในลานเรือนนี้ล้อมรอบไปด้วยผู้คน ต่างจากในศาลาเมื่อยามบ่ายซึ่งมีเพียงกุ้ยเหรินนางนั้นย่อมรับมือได้ง่ายกว่า
ไทเฮาตรัสเสียงเย็น “เจ้าจะพลิกแผ่นฟ้าแล้วใช่หรือไม่ ถึงกับกล้าผลักจ้าวกุ้ยเหรินตกลงไปในน้ำ จ้าวกุ้ยเหรินจมน้ำเวลานี้นอนอยู่บนเตียงยังไม่รู้เป็นหรือตาย เปิ่นกงอยากจะถามเจ้านัก ใครกันที่ให้ความกล้าหาญเช่นนี้กับเจ้า!” ตำหนักในที่เงียบสงบตลอดมา พลันเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โจเช่นนี้ขึ้นนางไหนเลยจะนิ่งดูดายได้
และผู้ที่เป็นตัวการสำคัญในการก่อเรื่องวุ่นวายครั้งนี้ยังถึงกับเป็นนางสนมที่ไทเฮาเป็นผู้สั่งให้ส่งตัวไปกักขังในตำหนักเย็น ไทเฮาไม่รู้ว่านางใช้วิธีการใดจึงออกมาจากตำหนักเย็นได้
หลินชิงเวยปิดหน้าของตนเองและกล่าวเสียงเบาว่า “เซ่อเจิ้งอ๋องเพคะ”
ไทเฮาตื่นตะลึง ตามมาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปรากฏบนใบหน้ามากขึ้น “เจ้าว่าอะไรนะ?”
“ข้าบอกว่าเป็นเซ่อเจิ้งอ๋อง…”
ทันที่พูดจบ ไทเฮาก็เงื้อฝ่ามือขึ้นนตบลงไปบนใบหน้าของหลินชิงเวยอีกครั้ง ดูจากสีหน้าและท่าทีของนางแล้วยากที่จะควบคุมสติอารมณ์ของตนเอาไว้ได้ นางกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “กำเริบเสิบสาน เซ่