อเจิ้งอ๋องมีราชกิจมากมายเช่นนั้นไหนเลยจะมีเวลาให้เจ้ามาก่อความวุ่นวายในตำหนักในเช่นนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าและเซ่อเจิ้งอ๋องมีความเกี่ยวพันกัน เปิ่นกงก็จะมิกล้าทำอะไรเจ้าใช่หรือไม่?”
ทุกคนในตำหนักในต่างรู้ดีว่า เซ่อเจิ้งอ๋องประคับประคองฮ่องเต้องค์ใหม่ในการบริการราชการแผ่นดิน ไทเฮาเองล้วนฟังคำพูดของเขา การไว้ชีวิตของหลินชิงเวยในครั้งที่แล้วเป็นความเห็นของเซ่อเจิ้งอ๋องเช่นกัน หาไม่แล้วหลินชิงเวยไหนเลยจะมีโอกาสมีชีวิตรอดจนถึงวันนี้
ในสายตาของไทเฮา หลินชิงเวยช่างไม่รู้ดีชั่ว ครั้งที่แล้วไว้ชีวิตนางถือว่าเป็นความเมตตาขั้นสูงสุดแล้ว เวลานี้นางยังคิดจะนำเซ่อเจิ้งอ๋องมาเป็นโล่บังธนูอีก
ไม่มีทางเสียละ
“เด็กๆ ลากตัวคนชั้นต่ำผู้นี้ส่งไปยังตำหนักเชียนเหอ เปิ่นกงจะไต่สวนให้กระจ่างแจ้ง!”
ดังนั้นไม่รอให้หลินชิงเวยดิ้นรนต่อสู้ หมัวมัวเรี่ยวแรงดีสองนางจึงก้าวเข้ามาหิ้วตัวหลินชิงเวยขึ้นอย่างง่ายดาย
“พี่สาว!” ซินหรูที่อยู่ด้านข้างไม่กล้าลุกขึ้นมา ได้แต่ร่ำไห้และร้องเรียก “พี่สาว!”
ไทเฮาหันกลับมามองซินหรู ซินหรูตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ไทเฮาถาม “ในวังมีคนชั้นต่ำเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
นางกำนัลคนสนิทตอบว่า “ทูลไทเฮา เท่าที่บ่าวรู้มานางถือกำเนิดจากสตรีในตำหนักเย็นเพคะ อาศัยอยู่ในตำหนักเย็นมาโดยตลอดคิดดูแล้วน่าจะเป็นหลินซื่อที่นำตัวนางออกมาพร้อมกันด้วย วันนี้ยามบ่ายนางทำให้สถานที่ของจ้าวกุ้ยเหรินแปดเปื้อ