กำแพงทุกด้านของบ่อน้ำเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ ทั้งเปียกชื้นและลื่น รูปร่างของตนนั้นบอบบางด้วยถูกเลี้ยงดูให้เติบโตมาอย่างทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน เมื่อต้องมาประสบพบเจอกับสถานการณ์ลำบากเช่นนี้จึงไม่มีเรี่ยวแรงแม้สักกระผีก เมื่อครู่ที่ตกลงมานั้นแขนได้ถูกเสียดสีจนผิวหนังถลอกเป็นแผลให้รู้สึกเจ็บปวดและแสบร้อน
นางทดลองดึงเชือกเส้นนั้นดูแล้วเห็นว่าแน่นหนาดี คิดในใจว่าคงไม่ง่ายดายนักหากตนคิดจะปีนขึ้นไปตามเชือกเส้นนี้ เกรงว่าเมื่อปีนขึ้นไปได้ครึ่งทางแล้วจะลื่นไถลตกลงมาอีกครั้ง นางยกมือขึ้นคลำไปตามผนังบ่อน้ำพบว่าบ่อน้ำแห่งนี้เคยใช้ก้อนหินก่อขึ้นมาก่อน ระหว่างก้อนหินมีช่องว่างเล็กๆ หากนางสามารถเหยียบร่องเล็กๆ เหล่านี้แล้วปีนขึ้นไป คาดว่าคงต้องใช้เรี่ยวแรงไม่น้อยเลยทีเดียว
ขณะที่นางกำลังเตรียมตัวที่จะเคลื่อนไหว ขอบบ่อด้านบนศีรษะพลันปรากฏเงาร่างหนึ่ง
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นดู เห็นใบหน้าเล็กๆ ปรากฏอยู่ข้างบน ดวงตาคู่นั้นสุกสกาวและใสบริสุทธิ์ ใสสะอาดจนเห็นเงาสะท้อน
หลินชิงเวยได้แต่เงียบขรึม ที่เห็นนั้นเป็นเพียงเด็กน้อยผู้มีรูปร่างซูบผอมอ่อนแอนางหนึ่ง แต่นางมิอาจแน่ใจได้ว่าเด็กน้อยคนนี้มาเพราะประหลาดใจหรือมาเพราะมีเจตนาดี
เด็กน้อยที่อยู่ข้างบนถามว่า “เจ้าไม่เป็นไรกระมัง?”
หลินชิงเวยยังคงปฏิบัติต่อเด็กน้อยคนนั้นอย่างระมัดระวังป้องกันตัว นางเพียงแต่ส่ายหน้าเบาๆ ไม่เอ่ยวาจา
เด็กน้อยคนนั้นยืดกายข้ามมาเพื่อจะจับ