เชือกที่อยู่บนรอกนั้น พร้อมทั้งมองไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง “เจ้าไม่ต้องกลัวพวกนางไปหมดแล้ว เจ้าจับเชือกเส้นนั้นเอาไว้ข้าจะชักรอกดึงเจ้าขึ้นมาเอง”
หลินชิงเวยเห็นสายตายืนกรานแน่วแน่ไม่ล่อกแล่กของนาง เด็กคนนี้คงจะเป็นเด็กที่มีจิตใจดีงามคนหนึ่ง หากมีนางคอยชักรอกอยู่ข้างบนหลินชิงเวยที่อยู่ข้างล่างย่อมขึ้นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ขอเพียงนางจับเชือกเอาไว้ให้แน่นย่อมถูกดึงขึ้นไปข้างบนทีละน้อยได้
หลินชิงเวยทำเยี่ยงนี้ด้วยเด็กน้อยมีเรี่ยวแรงไม่มากนัก นางหมุนชักรอกอยู่ข้างบนจึงค่อนข้างกินแรงสักหน่อย ภายใต้แสงแดดใบหน้าเล็กๆ นั้นแดงระเรื่อ นางกัดฟันซี่เล็กๆ ที่ขาวราวกับหิมะแน่น หลินชิงเวยขึ้นมาได้ครึ่งทางยังเห็นเหงื่อที่ผุดอยู่ตามหน้าผากของนาง
หลินชิงเวยรู้สึกผิดต่อเด็กน้อยคนนี้อยู่บ้าง ตนเองอยู่ในวัยของคุณน้าแล้วยังต้องให้เด็กน้อยคนหนึ่งมาช่วยเหลือ เพื่อช่วยนางเด็กน้อยคนนี้แทบจะใช้เรี่ยวแรงจากร่างกายอันผอมบางเสียจนกระดูกแทบแหลกลาญ
เมื่อเห็นว่าใกล้จะขึ้นมาถึงข้างบนแล้ว หลินชิงเวยจึงจับเชือกมั่นมือแล้วออกแรงปีนออกมา เด็กน้อยคนนี้พรูลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่งในที่สุด นางนั่งลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงพร้อมส่งยิ้มให้กับหลินชิงเวย
นางดูแล้วน่าจะมีอายุราวๆ เจ็ดแปดขวบ ผิวพรรณค่อนข้างเหลือง เส้นผมของนางแห้งแตกเพราะได้รับโภชนาการทางอาหารไม่เพียงพอ
หลินชิงเวยหอบหายใจพร้อมยิ้มตอบ เวลานี้นางเปียกไปทั้งตัว ท่าทางน่