ใบหน้าขาวผ่องของหลินชิงเวยปรากฏรอยนิ้วมือสีแดงขึ้นทันที ร่างของนางล้มไปทางด้านหลังตามแรงตวัดจากฝ่ามือนั้นอย่างมิอาจควบคุมลงไปกองอยู่บนเก้าอี้กุ้ยเฟยอันกว้างขวางตัวนั้น ผ้าไหมสีเขียวนั้นปิดบังใบหน้าของนางไว้กึ่งหนึ่งและคลุมลงบนเก้าอี้กุ้ยเฟย กระโปรงผ้าไหมบนกายของนางบานออกเหมือนดอกโบตั๋นบานสะพรั่งที่รอให้คนไปเด็ดมาเชยชมอย่างไรอย่างนั้น
หลินเสวี่ยหรงกล่าวอย่างพึงพอใจ “ท่าทางเร่าร้อนของเจ้าในเวลานี้ ดูท่าแล้วคงจะคิดถึงบุรุษจนทนไม่ไหว ไม่ต้องรีบร้อน น้องสาวจะทำให้เจ้าพอใจแน่นอน”
หลินชิงเวยหลับตาลง นางพยายามสงบสติอารมณ์ ทว่ากลับมิอาจควบคุมความรู้สึกรุ่มร้อนที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ ความร้อนรุ่มนั้นซัดวนขึ้นมาจากท้องน้อย น่าชังเหลือเกินที่มิอาจควบคุมตนเองให้หลุดพ้นจากการกลืนกิน
คำกล่าวใดที่ว่าเมื่อจิตใจสงบก็จะใจเย็นลงได้เอง ล้วนเป็นคำพูดที่นำมาใช้หลอกคนชัดๆ
หลินเชิงเวยใจเย็นราวกับน้ำแข็งแล้ว ทว่าปฏิกิริยาของร่างกายกลับรุนแรงยิ่งขึ้น
ยามนี้เองหลินเสวี่ยหรงตะโกนสั่งคนข้างนอก “โง่งมอะไรกันอยู่ ยังไม่รีบเข้ามาอีก”
หลินชิงเวยคิดในใจ นางประเมินหลินเสวี่ยหรงต่ำไปจริงๆ สตรีในยุคสมัยโบราณเหตุใดจึงช่ำชองเช่นนี้ อายุน้อยแค่นี้กลับคิดหาวิธีที่โหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ออกมาได้
บุรุษคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบองครักษ์ค่อยๆ เดินเข้ามาจากด้านนอก ดูท่าแล้วนางกำนัลไม่กี่คนที่อยู่ข้างนอกล้วนถูกหลินเสวี่ยหรงซื้อตัวไว