ห้เจ้ามาเพื่อดูเท่านั้นหรือไร? หรือเจ้าไม่อยากลิ้มลอง?”
แววตาขององครักษ์เปี่ยมไปด้วยความกระหาย สายตาที่เขามองหลินชิงเวยราวกับหลินชิงเวยได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์แล้วนอนเปลือยกายอยู่ที่นั่นแล้ว องครักษ์พยักหน้า “อยาก…อยากขอรับ…”
สายตาของหลินเสวี่ยหรงเต็มไปด้วยความรังเกียจ กล่าวอย่างดูหมิ่นดูแคลนว่า “คืนนี้นางเป็นของเจ้าทั้งคืน สุดแต่เจ้าจะใช้สอยอย่างไร” พูดแล้วยกมือขึ้นชี้ไปที่เตียงไหมที่อยู่ด้านหลังม่านไข่มุกภายในตำหนักบรรทม “เจ้าอุ้มนางไปวางบนเตียงนั้น แล้วเสวยสุขให้เต็มที่เถิด”
องครักษ์หรือจะควบคุมความคิดในใจของตนเองได้ เขารีบก้าวขึ้นหน้า อุ้มหลินชิงเวยอย่างเบามือราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่ง กลิ่นเหงื่อไคลและลมหายใจของชายหนุ่มกรุ่นเข้ามาในจมูกของหลินชิงเวย ทำให้นางขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ
นางกลับมานอนบนเตียงของตนเองและได้ยินเสียงปิดประตูเบาๆ หลินเสวี่ยหรงปิดประตูให้นางแล้วยืนอยู่ด้านนอก ภายใต้แสงสว่างจากโคมไฟในวังปรากฏให้เห็นรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวบนใบหน้าของนาง
นางคาดว่าพรุ่งนี้ทันทีที่เรื่องนี้แดงขึ้น แม้กระทั่งตำหนักในแห่งนี้ก็จะไม่มีที่ให้หลินชิงเวยได้ซุกหัวนอน ถึงยามนั้นคนทั้งหมดก็จะรู้เรื่องที่นางเป็นสตรีมากตัณหาคนหนึ่ง แต่งเข้าวังมาไม่ทันไรก็ทนความเปลี่ยวเหงาไม่ได้ แอบลักลอบพบชายอื่นในยามค่ำคืน เช่นนั้นควรทำอย่างไรเล่า?
ถึงยามนั้น หลินชิงเวยอย่าได้คิดว่าจะมีโอกาสได้ตั้