ตรงของสกุลหลิน! ส่วนเจ้ากลับต้องมาอยู่ในตำหนักในแห่งนี้อย่างโดดเดี่ยวจนแก่เฒ่า!”
หลินชิงเวยพอจะกระจ่างแจ้งขึ้นบ้างแล้ว หลินเสวี่ยหรงผู้นี้เป็นน้องสาวที่ถือกำเนิดจากเรือนที่สองของสกุลหลิน นั่นก็คือมีศักดิ์เป็นน้องสาวของหลินชิงเวยเช่นกัน
คิดไม่ถึงว่าน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องนางนี้กลับมีจิตใจโหดเหี้ยมถึงสองส่วน ก่อนวันแต่งงานได้วางยาพี่สาวของตนเพื่อให้พี่สาวต้องขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแทนตน คาดว่าปริมาณยาที่วางนั้นคงมากเกินไป ส่งผลให้พี่สาวถึงแก่ชีวิตในเกี้ยวเจ้าสาวทันที จึงทำให้นางต้องตกอยู่ในสภาพดังเช่นนกพิราบครอบครองรังของนกกางเขน ทว่าน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องคนนี้ยังคงไม่สาแก่ใจ ยังคิดจะก้าวขึ้นมาเป็นคุณหนูใหญ่สายตรงของจวนอัครมหาเสนาบดีอีก
ต่อมาหลินเสวี่ยหรงกล่าวขึ้นด้วยท่าทีมีความสุข “ยังมีอีก ผู้ใดกล่าวว่าเซี่ยนอ๋องมีใจปฏิพัทธ์ต่อพี่สาวกันเล่า นั่นเป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น คนที่เซี่ยนอ๋องมีใจรักอย่างแท้จริงคือข้า พี่สาวเพียงตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น ยามนี้พี่สาวเข้าวังมาแล้ว ย่อมไม่อาจขัดขวางยับยั้งพวกเราได้อีกต่อไป…”
หลินชิงเวยนวดคลึงบริเวณหว่างคิ้วของตน รู้สึกหนักศีรษะอยู่บ้าง
ขณะที่นางกำลังพยายามลืมตาขึ้นนั้น นางเห็นหลินเสวี่ยหรงได้ลุกขึ้นแล้ว ใบหน้าอันงดงามนั้นปรากฏเบื้องหน้านาง รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความกระหยิ่มลำพองใจ “เวลานี้พี่ใหญ่รู้สึกเวียนศีรษะอย่