รุณีน้อยเช่นนี้เริ่มที่จะใช้เล่ห์กลสารพัดเพื่อที่จะวางแผนให้กับอนาคตของตนแล้วหรือไร? หลินชิงเวยรู้สึกเหงื่อชุ่มแผ่นหลังเล็กน้อย เช่นนั้นนางซึ่งอยู่ในวัยสามสิบปีแล้วทว่ากลับใจเย็นเช่นนี้ ดูเหมือนจะไม่เอาถ่านใช่หรือไม่?
ต่อให้หลินเสวี่ยหรงจะพยายามเก็บซ่อนอารมณ์และความรู้สึกอย่างไร ทว่าวัยของนางยังอ่อนเยาว์เกินไป ดังนั้นอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ ล้วนปรากฏให้เห็นเบื้องหน้าหลินชิงเวย
หลินเสวี่ยหรงกล่าว “ถูกต้อง ข้าต้องการมาเยาะเย้ยเจ้า ข้าอยากจะมาดูว่าเวลานี้เจ้าอยู่อย่างอัปยศอดสูเพียงใด” รอยยิ้มของบุปผาหลังต้องฝนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางที่เชิดคางขึ้นเล็กน้อยด้วยความหยิ่งผยอง “ใครๆ ต่างรู้ดีว่าเมื่อเข้ามาในตำหนักในแล้ว ชีวิตนี้ย่อมถือว่าหมดสิ้น ท่านพ่อไหนเลยจะหักใจให้ข้าเข้ามาที่นี่ได้เล่า ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเสียสละเจ้า ฮึ เวลานี้เจ้าคงรู้แล้วสิว่าตัวเองน่าสมเพชเวทนาเพียงใด กระทั่งท่านพ่อก็มิต้องการเจ้า!”
หลินชิงเวยกล่าว “พ่อของเจ้ามิใช่ตายไปนานแล้วหรือไร เจ้าถูกรับมาเลี้ยงดูในบ้านสกุลหลิน ท่านพ่อที่เจ้าเอ่ยถึงคงมิใช่บิดาของนาง?” นางพูดแล้วใช้ปลายนิ้วชี้กลับมาที่ร่างของตน
หลินเสวี่ยหรงยิ้มอย่างได้ใจทว่ากลับเป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวอยู่บ้าง “ท่านพ่อของข้าก็คือท่านพ่อของเจ้า เจ้าคงจะยังไม่รู้ว่าอีกไม่นานท่านพ่อก็จะแต่งท่านแม่ของข้าเข้ามาเป็นภรรยาเอกในสกุลหลิน ต่อไปข้าก็จะเป็นคุณหนูใหญ่สาย