้าที่งดงามของโฉมสะคราญนางหนึ่ง ภายใต้ดวงหน้ารูปไข่นั้นคือลำคองามระหงขาวผ่องประดุจหยกมันแพะเนื้อดี เสื้อผ้าอาภรณ์กระโปรงพลิ้วไหวบางเบางดงามยิ่งยวด
นี่คือ หลินเสวี่ยหรง
หลินเสวี่ยหรงยอบกายลงคารวะตามธรรมเนียม พร้อมกับกล่าวว่า “เสวี่ยหรงถวายพระพรพี่ใหญ่เพคะ วันนี้เสวี่ยหรงเข้าวังมาเพื่อถวายพระพรไทเฮา ระลึกถึงว่าพี่ใหญ่อยู่ในตำหนักในจึงมาเยี่ยมพี่ใหญ่เพคะ” เมื่อเห็นหลินชิงเวยเอาแต่จับจ้องนางทว่ามิได้โต้ตอบอันใด นางจึงค่อยๆ เก็บงำรอยยิ้มบนใบหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ใจเขามาแทนที่ในชั่วพริบตา นางเอ่ยทั้งน้ำตาจวนเจียนหยดจากหน่วยตา “พี่ใหญ่ไม่สนใจข้า นี่เป็นเพราะยังโกรธข้าอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
หลินชิงเวยถาม “เหตุใดข้ายังต้องโกรธเจ้าเล่า?”
หลินเสวี่ยหรงค่อยๆ นั่งลง กล่าวทั้งน้ำตา “ให้พี่ใหญ่แต่งเข้าวังมาแทนข้า เดิมทีมิใช่ความคิดของข้า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความคิดของท่านพ่อ…พี่ใหญ่อายุมากกว่าข้าหนึ่งปีและรู้ความกว่าข้ามากมายนัก หลังจากเข้าวังแล้วย่อมต้องดูแลตัวเองให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้อย่างแน่นอน ส่วนนิสัยของข้านั้นกระโดกกระเดกเกรงว่าเมื่อเข้าวังมาแล้วจะมีแต่ก่อเรื่องเดือดร้อน ท่านอย่าได้กล่าวโทษท่านพ่อนะเจ้าคะ ที่ท่านพ่อตัดสินใจทำเช่นนี้เป็นการทำเพื่อทุกคนเช่นกัน”
แม้หลินเสวี่ยหรงจะพูดพร้อมกับร่ำไห้ ทว่าเมื่อหลินชิงเวยสังเกตสีหน้าบนใบหน้าของนางแล้วกลับพบว่านอกจากร่องรอยหยาดน้ำตาบนใบหน้าของ