อาการเจ็บป่วยกระทั่งมีเรี่ยวแรงทำเรื่องพรรค์นั้นแล้ว คาดว่าในตำหนักในคงมีเพียงสตรีในวัยเริ่มโรยรารออยู่กลุ่มหนึ่งกระมัง ดังนั้นหญิงสาวที่ถูกแต่งเข้ามาเพื่อเรียกความเป็นสิริมงคลเหล่านี้จึงถือเป็นโศกนาฏกรรมที่โศกสลดฉากหนึ่ง
หลินชิงเวยกลับคิดว่าเป็นเรื่องดีด้วยมีชีวิตกินดีอยู่ดีมีคนปรนนิบัติพัดวี
นับแต่นางรู้สึกตัวตื่นขึ้นในเกี้ยวเจ้าสาว นางอยู่ในร่างของแม่นางน้อยในวัยสิบหกปีนางหนึ่ง ทว่านางกลับมีหัวใจของคนวัยอายุสามสิบปีดวงหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้หลายวันที่เข้ามาอยู่ในตำหนักใน นางจึงมีชีวิตอยู่อย่างดีมีสุขจนกระทั่งหลินเสวี่ยหรงได้ถวายฎีกากราบทูลเพื่อขอเข้าเฝ้า
เวลาพลบค่ำของวันนั้น หลินชิงเวยนั่งอยู่บนเก้าอี้กุ้ยเฟย[1]ที่ปูผ้าไว้อย่างดี เห็นเงาร่างบอบบางร่างหนึ่งเดินเข้ามาจากประตู ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดงกลับปรากฏเงาร่างอรชรไม่ธรรมดาสามัญร่างหนึ่ง กริยาท่าทางที่สตรีนางนั้นเยื้องกรายเข้ามานั้นแช่มช้อยยิ่งนัก ย่างก้าวเบาประดุจดอกบัวมิต้องกล่าวว่าชวนมองปานใด เอวบางคอดกิ่วที่กำรอบได้ด้วยมือเดียวนั้นโอนอ่อนราวกับกิ่งหลิวในต้นวสันตฤดู ความรู้สึกอ่อนหวานละมุนละไมที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางนั้นราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้อย่างไรอย่างนั้น
เมื่อนางเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าและผิวพรรณอันงดงามนั้นจึงปรากฏชัดเจนเบื้องหน้าหลินชิงเวย ดวงตารูปเมล็ดซิ่งนั้นคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตาที่พร้อมจะร่วงรินได้ตลอดเวลา เป็นใบหน