ี่เเห่งนี้ ยิ่งเดินเข้าไปลึกขึ้นยิ่งรู้สึกไม่ดีเลย ถ้าข้าอยู่นานๆไม่ส่งผลดีต่อตัวข้าเเน่ รีบหาเป้าหมายให้มันจบๆไปดีกว่า” ฉางกวงกัดฟันกรอด เเววตามุ่งมั่น คิดว่าทำไปเพื่อเบาะเเสกลับยังสำนักของตน
เทือกเขาเเห่งนี้ที้ว่ากันว่ามีเซียนร่วงหล่นไปไม่น้อยเมื่อมายังที่เเห่งนี้
ยิ่งเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ ความอันตรายที่สัมผัสได้คล้ายจะกดดันตัวเขาเอาไว้ การเคลื่อนไหวเเต่ละย่างก้าวเริ่มติดขัดไม่สบายๆเหมือนที่ผ่านมา ทางสายเล็กๆนั้นสิ้นสุดลงไปตั้งเเต่หลายชั่วยามก่อนเเล้ว ตอนนี้รอบๆตัวเขาเริ่มมีต้นไม้หนาเเน่นขึ้นเล็กน้อย
“นั่นมัน” ฉางกวงเห็นต้นไม้เปล่งประกายเเสงสีน้ำเงินบางๆ ต้นไม้นี้มีผลที่ดูเปล่งประกายสีฟ้าคราม เเผ่รังสีเย้ายวนออกมา
“ดูยังไงมันก็ไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดาเเน่ ข้าต้องลองหาดูซักหน่อย” เซียนผู้นั้นพูดคุยกับฉางกวงพอจะรู้ว่าฉางกวงไม่รู้จักต้นหยาดน้ำค้างเหมันต์จึงนำหนังสือภาพของสมุนไพรธาตุเหมันต์คร่าวๆให้ไปอย่างใจกว้าง ฉางกวงรีบเปิดดูโดยไม่รอช้า เพียงไม่กี่อึดใจ
“หืม มันคือต้นหยาดน้ำค้างเหมันต์จริงๆ เเต่ดูจากต้นตรงหน้านี้อายุของมันมากสุดก็เเค่ 100 ปี” ตอนเเรกที่รู้ว่าคือต้นเป้าหมายของตนฉางกวงก็ยกยิ้มสีหน้าเปี่ยม