“เทือกเขาเเห่งนี้นั้น ได้ชื่อเยี่ยงนี้มาไม่ใช่ได้มาเล่น ๆ หรอกนะ” พ่อเด็กหญิงกล่าวคร่าวๆ รายละเอียดก็คือ เทือกเขาเเห่งนี้นั้นไม่มีใครกล้าเหยียบเข้าไปเลย เนื่องจากกี่คนที่เคยเข้าไปเเล้วไม่ได้กลับมาอีก เเถมยังมีข่าวลืออีกว่าเเม้เเต่เซียนบางส่วนยังต้องเอาชีวิตไปทิ้งยังที่เเห่งนั้น ยามกลางคืนบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาเเห่งนั้นบางคืนก็จะได้ยินเสียงคำราม ร้องโหยหวนมาตามสายลม ยิ่งเพิ่มความลึกลับ น่าหวาดกลัวเเก่คนในหมู่บ้านเเห่งนี้
พอได้ฟังดังนั้นฉางกวงสีหน้าเคร่งครึมลง ส่วนเด็กหญิงที่ฟังด้วยกันนั้นสีหน้าซีดเซียว ทำสีหน้าจะร้องไห้อย่างหวาดกลัว
“เด็กดี เจ้าไม่เป็นอันใดหรอก พ่อเจ้าอยู่ที่นี่ ไม่มีใครทำอันใดเจ้าได้” พ่อวัยกลางคนโอบกอดลูกสาวตน พลางลูบหลังด้วยความอ่อนโยน
“ขอบคุณท่านลุงที่คอยช่วยเหลือ ขอบใจมากนะสาวน้อย” ฉางกวงหันไปคารวะให้พ่อเด็กหญิง คารวะเสร็จก็หันส่งยิ้มอบอุ่นให้กับเด็กหญิงผู้นี้
พอคุยกันเสร็จ ก็เอ่ยร่ำลากันอีกครั้ง โดยมีสายตาคู่เล็กๆของเด็กหญิงที่มองฉางกวงด้วยความเป็นห่วง
“ข้าคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ เทือกเขานั้นต้องมีสัตว์อสูรที่มีพลังพอๆกับผู้ฝึกตนเเน่ๆ” ฉางกวงตกอยู่ในภวังค์ พอตั้งสติได้นั้น