“ทำไมข้าถึงได้ซวยเช่นนี้” ฉางกวงพึมพำอย่างรู้สึกน้อยใจในโชคชะตา กัดฟัน เพิ่มความเร็วสูงสุด
เเต่เนื่องด้วยพลังปราณที่ห่างชั้นกันนั้น ทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งสองนั้นลดลงอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงชั่วจิบชา ฉางกวงก็สังเกตเห็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง สวมชุดสีเเดงสลับดำ ฝ่ามือหนึ่งถือพัดดูคล้ายบัณฑิต
เเววตาเย็นชา ปราณที่เเผ่ออกมาสัมผัสได้จางๆ ว่าใกล้เคียงกับผู้อาวุโสเเต่ก็มีส่วนที่เเตกต่างกันเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่ายังไงก็หนีไม่พ้น ฉางกวงจึงหยุดลงอย่างช้าๆ สู้ให้รู้เเล้วรู้รอดไปเลย
“ในเมื่อหนีไม่พ้น เเทนที่ข้าจะเปลืองพลังปราณใช้เคลื่อนไหว สู้ใช้พลังปราณในการต่อสู้ดูยังจะมีความหวังมากกว่า”
ฉางกวงครุ่นคิดในใจ พลางมองไปยังบุรุษวัยกลางคนผู้นี้ด้วยเเววตาเคร่งเครียด
“555 เจ้าหนู เจ้าไม่หนีต่อเเล้วรึ” ชายวัยกลางคนน้ำเสียงเยาะเย้ย
“เข้ามาเลย ข้าคงต้องขอคำชี้แนะจากท่านเเล้ว”