“เจ้าก็อย่าพูดเรื่องน่าอับอายนั่นให้มากนักเลย เรื่องที่ผ่านๆมาก็คือผ่านไปเเล้ว” เฉินเฟยน้ำเสียงดุดันขึ้นเล็กน้อย คล้ายว่าไม่อยากได้ยินเรื่องดังกล่าว
“เรื่องอันใดรึ” ฉางกวงจ้องไปยังเฉินเฟย เเววตาสงสัย
“ข้าพูดขนาดนี้เเล้วเจ้ายังจะถามอันใดอีกรึ” เฉินเฟยจ้องดุดันไปทางฉางกวง
“ก็ได้ๆ ข้าจะไม่ถามอีก” ฉางกวงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เยี่ยม ข้าชอบคนพูดเข้าใจได้ง่ายจริงๆ ไม่ซับซ้อนดี เวลาเจ้าบำเพ็ญเพียรเจ้าควรจะเเบ่งเวลาพักผ่อนด้วย ไม่งั้นประสิทธิภาพจะลดลงไปไม่น้อย” เฉินเฟยน้ำเสียงจริงจัง สายตาอ่อนลงจากเมื่อกี้
“ขอขอบคุณที่ท่านชี้เเนะข้า ทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาไม่น้อย” ฉางกวงประสานมือคารวะให้เฉินเฟยอีกครั้งหนึ่ง
“ไม่เป็นไร ข้าเเค่พูดความจริงก็เท่านั้นเอง” เฉินเฟยกล่าวจบเดินกลับไปยังเรือนของตน ซ่งหยวนก็ส่งยิ้มจนใจให้ฉางกวง
พอเฉินเฟยเดินกลับไปยังเรือนตนเองคนอื่นๆ รวมทั้งซ่งหยวนก็ยิ้มมองมายังฉางกวง ต่างพากันเอ่ยร่ำลา เเยกย้ายกลับยังเรือนใครเรือนมัน พอทุกคนกลับไปเเล้วฉางกวงก็ถอนหายใจเสียงดัง
“ข้าไม่ชอบเรื่องอย่างนี้เลยจริงๆ…” พลางเดินกลับเข้าไปยังในเรือนตนเอง