เดินไปมาจนทั่วส่วนหาง ไม่พบเบาะเเสอะไร เลยตัดสินใจเดินข้ามสะพานที่คั่นระหว่างส่วนหางกับลำตัวของมัจฉา จึงได้เห็นกลุ่มคนที่มีลักษณะคล้ายๆกัน พอหันมาเจอกัน มองหน้ากันไปซักพัก จึงเเยกย้ายหาเหรียญใครเหรียญมันต่อไป
ฉางกวงคิดในใจ “ไม่ดีเเน่เยี่ยงนี้ ถึงข้าจะหาเจอเเต่สายตามากเกินไป… มันต้องมีวิธีอื่นสิ” เดินไปเดินมาบังเอิญสะดุดตากับใบประกาศเเผ่นหนึ่ง
‘พ่อเเม่พี่น้องทุกท่าน เชิญชวนมาครึ้นเครงกันได้ตั้งเเต่วันนี้’
‘ลานประลองที่ใหญ่ที่สุดในนครมัจฉาวารี’
‘ติดต่อได้ที่ โรงเตี๊ยมมหาวารี’
‘3วันเท่านั้นไม่ขาดไม่เกิน’
ฉางกวงจ้องมอง ในเเววตาครุ่นคิด พลันเดินไปยังโรงเตี๊ยมมหาวารี
โรงเตี๊ยมมหาวารี ถือว่าเป็นหนึ่งในโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในนครมัจฉาวารี โรงเตี๊ยมเเห่งนี้มีจุดเด่นที่เเตกต่างจากโรงเตี๊ยมอื่นๆ คือ มีสนามประลองที่กว้างถึง 2 ลี้ บรรจุคนได้มากกว่า 500 คน เวลางานประลองมาจัด ก็มักจะมาจัดที่โรงเตี๊ยมเเห่งนี้ เเละโรงเตี๊ยมเเห่งนี้ก็อยู่ใกล้จวนเจ้านคร ถ้ายืนหันหน้าเข้าหาจวนเจ้านคร เพียงหันซ้าย เดินไปยังเรือนอันดับที่ 3 เท่านั้น