ึ่ง ในท้องพระโรงแห่งนั้น นางได้เห็นเพียงใบหน้าอันคุ้นเคยของท่านพี่
ทว่าไม่มีเวลากระทั่งจะเอ่ยทักทายก็รีบออกมาเสียก่อน
หลงเทียนอวี้เล่าว่าตอนนี้พี่ชายของนางได้รับเลื่อนขั้นเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารม้าของเมืองหลวงแล้ว คาดว่าอีกหน่อยคงได้เจอหน้ากันมากขึ้น
“พระชายาได้โปรดรอที่ห้องรับรองสักครู่เถิด หนู่ฉายจะรอรับใช้อยู่ทางด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีเอ่ยอย่างมีมารยาท หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องพักรับรอง
ภายในห้องรับรองแห่งนี้จึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาคนเดียว
แม้หลงเทียนอวี้จะบอกว่าเหตุเพราะฮ่องเต้แห่งต้าจิ้นเพิ่งจะมีพระอาการดีขึ้น ดังนั้นจึงต้องการพบหน้าลูกสะใภ้ก็ตาม แต่เหตุใดจึงต้องเลือกพบนางในท้องพระโรง ยิ่งไปกว่านั้นยังให้นางที่เป็นสตรีปรากฏตัวต่อหน้าเหล่าขุนนางอีกด้วย เรื่องนี้น่าสนใจยิ่งนัก
แต่ไหนแต่ไรมา ไม่ว่าจวิ้นจู่หรือนางสนมก็ล้วนมิได้รับอนุญาตให้เหยียบย่างเข้าไปในท้องพระโรง
แต่การที่ฮ่องเต้ทรงทำเช่นนี้ เกรงว่าคงมิใช่เพียงเพื่อแสดงความเอ็นดูต่อนางและฟู่จวินของนางแล้ว
พระองค์จะต้องมีจุดประสงค์อื่นอย่างแน่นอน
แต่เพราะความคิดของฮ่องเต้ลึกล้ำซับซ้อน ดังนั้นนางจึงมองความคิดของพระอ