ทว่ายิ่งได้ฟังถ้อยคำของพระสนมเสียนเฟย นางยิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำเรื่องร้ายแรงบางอย่าง
หัวคิ้วขมวดมุ่น หลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าควรตอบอีกฝ่ายว่าอย่างไร
“เหนียงเหนียง ท่านลุกขึ้นก่อนเถิด ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยท่าน แต่เรื่องนี้หม่อมฉันจำต้องปรึกษาท่านอ๋องก่อน เอาเช่นนี้แล้วก่อน ท่านพาองค์ชายสิบกลับไปก่อน หม่อมฉันจะพยายามโน้มน้าวท่านอ๋องให้ได้ ท่านอ๋องเป็นคนให้ความสำคัญกับพี่น้อง พระองค์จะต้องช่วยองค์ชายสิบอย่างแน่นอนเพคะ”
พระสนมเสียนเฟยพยักหน้าลง แต่นางรู้ดีว่าหลินเมิ้งหยาพูดออกมาด้วยความจริงใจ
ปรับสีหน้าท่าทางของตนเองให้เรียบร้อย จากนั้นจึงพาองค์ชายสิบกลับไปยังตำหนักของตนเอง
มองตามร่างบาง หลินเมิ้งหยาอดถอนหายใจไม่ได้
คนภายนอกล้วนอิจฉาพระสนมเสียนเฟยและองค์ชายสิบทั้งสิ้น
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน หลงเทียนอวี้ก็ปรากฏกายในห้องรับรอง
หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปหา ทว่ากลับได้เห็นสีหน้าเจือโทสะของเขา
เกรงว่าจะต้องเกิดการถกเถียงกันในราชสำนักอย่างแน่นอน
“เกิดอะไรขึ้นเพคะ ?”
หลงเทียนอวี้มองหลินเมิ้งหยา ก่อนจะสูดลมหายใจเพื่อระงับอารมณ์
“อีกเดี๋ยวค่อยคุยกัน เสด็จพ่อกำลังไปเปลี่ยนฉลองพระองค์ อีกเดี๋ยวพร