ะองค์จะเสด็จมาที่นี่”
พยักหน้าลง เกรงว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องสำคัญ มิเช่นนั้นหลงเทียนอวี้คงไม่เดือดดาลถึงเพียงนี้
ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง หลินเมิ้งหยาจึงเล่าเรื่องการมาและคำขอร้องของพระสนมเสียนเฟยให้เขาฟัง
คิดไม่ถึงเลยว่าหลงเทียนอวี้จะแสดงสีหน้าสงบนิ่งและทำเพียงพยักหน้าตกปากรับคำ
หลินเมิ้งหยาลอบถอนหายใจ ตอนแรกนางคิดว่าตนเองจะต้องพูดโน้มน้าวมากกว่านี้
“อิงฮวาเป็นเด็กไร้เดียงสา พระสนมเสียนเฟย…..การส่งเขามาเลี้ยงดูในจวนของเราย่อมเป็นการสมควรแล้ว หากกลับไปแล้วข้าจะสั่งคนให้มารับเขา แต่ถ้าเลี้ยงเขาในตำหนักของเจ้าจะมีปัญหาหรือไม่ ?”
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า ก่อนจะหยักยิ้มพร้อมทั้งเอ่ย
“ไม่มีปัญหาเพคะ เถียนมามาเคยเลี้ยงพวกหม่อมฉันสามคนมาแล้ว ป๋ายจีและป๋ายซ่าวเองก็มีน้องสาวและน้องชาย อีกอย่างหากให้เขาอยู่กับหม่อมฉัน พระองค์จึงจะสบายใจมิใช่หรือ ?”