้าประตูจวนแล้ว
คนหาบเกี้ยวกดเกี้ยวเอาไว้เพื่อรอให้ผู้เป็นนายขึ้นเกี้ยว จากนั้นจะได้ออกเกี้ยวในทันที
คราวนี้หลินเมิ้งหยาพาป๋ายจีไปเพียงคนเดียว
ป๋ายจีมีความสุขุม ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับการสั่งสอนจากน้าจิ่นเยว่มาอย่างดี คาดว่านางไม่มีทางเรื่องผิดพลาดในวัง
ส่วนคนอื่นๆ เองก็รู้ว่างานในคราวนี้ยิ่งใหญ่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงเชื่อฟังคำสั่งของหลินเมิ้งหยาแต่โดยดี
“ยินดีกับท่านอ๋องและพระชายาด้วย”
แม่นมเถียนยอบตัวน้อมส่งทั้งสองเข้าวัง
หลินเมิ้งหยาทอดสายตามองเงาของวังหลวงตรงหน้า หัวใจบีบตัวอย่างตื่นเต้น
“ยกเกี้ยว….”
ทันทีที่นั่งอย่างมั่นคงแล้ว คนหาบเกี้ยวพลันแบกเกี้ยวขึ้น
ป๋ายจีเดินตามขบวนเกี้ยวอย่างรู้หน้าที่
หัวคิ้วของหลินเมิ้งหยาคลายออกจากกัน
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางจึงรู้สึกกระวนกระวายใจถึงเพียงนี้ บางทีอาจเพราะการกลับมาของตนเองและหลงเทียนอวี้ในคราวนี้จำต้องฉีกหน้าฮองเอาและไท่จื่อแล้วกระมัง
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าวันนี้ต้องมาถึงก็ตาม
แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่อาจยับยั้งความตื่นเต้นได้ คาดว่าสงครามในคราวนี้จะต้องทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ
ดำดิ่งอยู่ในวังวนของหัวใจ เช่นนั้นนางจะใจอ่อนมิได้เป็นอันข