หญิงงามในใต้หล้าก็คงมิได้รับสายตาอบอุ่นเอ็นดูเช่นนี้
“งดงามยิ่งนัก”
ยื่นมือทั้งสองข้างเข้าไปประคองแขนของหลินเมิ้งหยา
ราวกับกำลังเมามาย สายตาชื่นชมไม่อาจเคลื่อนคล้อยออกจากใบหน้าของนางได้
หลินเมิ้งหยาได้ยินดังนั้นจึงหลุบตาต่ำลง ใบหน้าเรียวเล็กร้อนผ่าว ชำเลืองมองอีกฝ่ายอย่างตำหนิ
นับตั้งแต่วันที่พวกเขาทั้งสองรู้ใจกัน ใบหน้าที่เคยเย็นชาของหลงเทียนอวี้พลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนหวานซึ้ง
“ทุกคนกำลังมองอยู่นะเพคะ”
คนอื่นที่ได้ยินต่างพากันแย้มยิ้มกว้าง หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงมองผ่านสายตาหยอกล้อเหล่านั้น ทั้งที่ในใจขวยเขินจนทำอะไรไม่ถูก
บนโลกใบนี้มีใครบ้างไม่เหนียมอายเมื่อถูกคนที่ตัวเองรักเอ่ยชม
ทว่าหลงเทียนอวี้กลับไม่สะทกสะท้าน ราวกับคำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงคำพูดธรรมดาทั่วไป
“มองแล้วอย่างไรเล่า เจ้าเป็นชายาของข้า เจ้าย่อมเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในใต้หล้า !”
หลินเมิ้งหยาอึ้งงัน นางรู้อยู่แล้วว่าหลงเทียนอวี้มีอุปนิสัยเช่นนี้
เงียบกริบ เหตุเพราะนางกลัวว่าเขาจะเอื้อนเอ่ยคำพูดน่าตกใจใดๆ ออกมาอีก หากคนอื่นเริ่มล้อเลียน นางคงทำได้เพียงยืนหน้าแดงแล้ว
เกี้ยวแปดคนหามอันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์มารออยู่หน