นเมิ้งหยาได้ แต่กลับไม่อาจปิดบังสายตาตื่นตะลึงของนาง
นางเกือบจะกรีดร้องออกมาแล้ว
แต่เมื่อเห็นว่าหลินเมิ้งหยายังคงก้มหน้ามิได้ขยับเขยื้อน นางจึงสงบลง
ทว่าเมื่อเผยอปากพูดอีกครั้ง เสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครืออยู่หลายส่วน
“เจ้าไปได้ปิ่นระย้าอันนี้มาจากที่ใด ?”
หลินเมิ้งหยาเงยหน้าแสร้งทำท่าใสซื่อ
“ทูลหมู่เฟย ท่านอ๋องเป็นผู้มอบปิ่นอันนี้ให้หม่อมฉันเพคะ ได้ยินมาว่าหมู่เฟยชื่นชอมปิ่นระย้าประดับดอกเสาเย่าและหงส์อันนี้ที่สุด เพียงแค่ได้ยินมาว่าหมู่เฟยทำหายไป ดังนั้นจึงเสียใจมาก ท่านอ๋องจึงตั้งใจหาปิ่นระย้าที่มีลวดลายเหมือนกันมาให้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจเทียบกับปิ่นอันนั้นของหมู่เฟยได้อยู่ดี”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเมิ้งหยา สายตาคมกริบของพระสนมเต๋อเฟยพลันอ่อนโยนลงมาก
แต่…นางมิใช่คนเขลา
มองร่างบางนอกม่านไข่มุกด้วยแววตาสงสัย แต่ได้เห็นว่าอีกฝ่ายไร้พิรุธใดๆ ดังนั้นนางจึงจำใจเชื่อ
“เปิ่นกงรู้แล้ว ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด”
หลินเมิ้งหยาไม่อยากรบเร้า ยอบตัวถวายคำนับอีกครั้ง ก่อนจะพาสาวใช้ทั้งสามออกจากตำหนักหยาเสวียน
เมื่อพ้นจากประตูใหญ่ตำหนักหยาเสวียนและมั่นใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดได้ยิน ป๋า