็นแขกของจวนอ๋องแห่งนี้”
เถียนมามาเอ่ยทำลายบรรยากาศชวนอึดอัด หงอวี้หันไปมองนางด้วยสายตาซาบซึ้งใจ จากนั้นจึงกล่าวเชิงขอโทษแล้วเดินตามเถียนมามาไป
หลินเมิ้งหยามองตามหลังหงอวี้ ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่ป๋ายซ่าว
เฮ้อ เดาเอาไว้แล้วเชียวว่าป๋ายซ่าวจะต้องปล่อยข่าวออกไป
นอกจากนางที่ติดตามตนเองไปแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องของหงอวี้อีก
“นายหญิงคงไม่ได้โกรธพวกเราใช่หรือไม่ ?”
ป๋ายจีเป็นผู้ใหญ่ที่สุด นางหันไปสบตาหลินเมิ้งหยา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“ไม่หรอก พวกเจ้าล้วนหวังดีต่อข้า ข้าย่อมรู้เรื่องนี้ดี แต่โชคชะตาของหงอวี้อาภัพนัก หากพวกเจ้าไม่ชอบนาง เช่นนั้นเจ้าจงปลอบโยนนางสักหน่อยแล้วส่งนางออกจากจวนไปเถิด”
เหตุเพราะพวกนางล้วนอยู่ข้างเดียวกันกับตนเอง ดังนั้นจึงมองหงอวี้เป็นศัตรู
หลินเมิ้งหยาย่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี
เมื่อเห็นว่าหลินเมิ้งหยาไม่ได้ขุ่นเคือง พวกสาวใช้ทั้งสามจึงเบาใจ
หางตาของป๋ายจื่อพลันเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มด้านหน้าประตู
“นายหญิง แล้วนั่นใครหรือเจ้าคะ ?”
หลินเมิ้งหยาเงยหน้าขึ้น สายตาพลันเหลือบไปเห็นสายตาอาฆาตของจูเหยียน
นาง…เกือบลืมเขาไปแล้วเชียว