องหลงเทียนอวี้ด้วยสายตาเป็นกังวล
แม้ภายนอกเขาจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ให้เห็นคล้ายดั่งภูผาที่ไม่เอนเอียงตามแรงลม แต่แท้จริงแล้วเขามีความรู้สึกรับผิดชอบเป็นอย่างมาก
อันที่จริงสิ่งนี้เป็นข้อดีของบุรุษ แต่ในบางครั้งก็เปรียบดั่งก้อนศิลาขนาดมหึมา
หากรับมันไว้ เช่นนั้นจะสามารถเงยหน้ามองฟ้าและหยัดยืนบนผืนดินได้
แต่หากถูกทับ เช่นนั้นคงยากที่จะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง
ทว่าเมื่อได้เห็นสีหน้าอ่อนโยนของหลงเทียนอวี้อีกครั้ง หลินเมิ้งหยาจึงเบาใจ
เขาไม่เคยดันทุรังฝืนทำในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นเขาจึงจะสามารถทำการใหญ่ได้สำเร็จ
“แม้จะถูกกำหนดไว้แล้วว่าไร้ทางหนีก็ช่าง หรือจะมีปีกแต่ไม่อาจบินได้ก็มิเป็นไร สักวันหนึ่งพวกเขาก็ต้องลงมืออยู่ดี พวกเรากลับไปในตอนนี้ก็ยังทัน ตอนนี้เมืองหลินเทียนกำลังตกอยู่ความโกลาหล ข่าวการกลับไปของเราคงถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเรายังเดินทางออกมาอย่างกะทันหัน คาดว่าคนที่คอยจับตามองเหล่านั้นคงนึกไม่ถึง”
หลินเมิ้งหยาเป็นคนละเอียดรอบคอบ แม้แต่หลงเทียนอวี้ยังอดชื่นชมไม่ได้
มองใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ที่มักแสดงความภาคภูมิใจออกมาเสมอเมื่อแก้แค้นคนอื่นได้
ความกัง