ื้อในระยะแรกกัน ?
ไล่ลำดับความคิดของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง หลินเมิ้งหยาจึงทัดปอยผมที่ใบหูแล้วอธิบายให้หลงเทียนอวี้ฟัง
“เท่าที่ดูจากคำอธิบายในจดหมายและยาที่พวกหมอใช้ หม่อมฉันสงสัยว่าโรคระบาดในคราวนี้ส่งผลต่อกระดูกของมนุษย์อย่างร้ายแรง แต่เพราะกระดูกของมนุษย์ค่อนข้างแข็ง ดังนั้นจึงยังไม่ร้ายแรงมากนักในระยะแรกของการติดโรค คนทั่วไปอาจรู้สึกเพียงปวดเมื่อยตามร่างกาย บางทีผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองติดโรคระบาดแล้ว”
หลินเมิ้งหยาไตร่ตรองอยู่หลายครา ดังนั้นจึงเอ่ยในสิ่งที่ตนเองมั่นใจออกมา
“แต่เมื่อผ่านไปช่วงหนึ่ง เหตุเพราะยังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัว เชื้อโรคก็ลามเข้าไปในกระดูกแล้ว เวลาเพียงไม่กี่วันกระดูกก็เริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป สุดท้ายอาการก็เป็นไปตามที่พวกหมออธิบายมาในจดหมายเพคะ ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูปผิดร่าง ขั้นแรกหม่อมฉันคงวิเคราะห์ได้เพียงเท่านี้ แต่เมื่อไปถึงพื้นที่โรคระบาดแล้ว หม่อมฉันจะไปผ่าศพเหล่านั้นด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง”
หัวคิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดแน่น หลินเมิ้งหยาเพียงเห็นข้อความในจดหมายก็สามารถวิเคราะห์จุดที่เขามองไม่เห็นออกมาได้แล้ว
หากไปถึงพื้นที่เกิดโรคระบาด